crazefiles.com

ร้านค้าออนไลน์ ขายของทุกแบรนด์

Apr

05

อาหารบรรเทาอาการแพ้ท้อง

    อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ก็หนีไม่พ้นอาการแพ้ท้องนั่นเอง ซึ่งแต่ละคนก็มีระดับความรุนแรงของอาการแตกต่างกันไป บางรายอาจแพ้เบาๆ แต่บางรายอาจแพ้หนักมากถึงขั้นไม่สามารถทานอาหารได้เลย ส่งผลกระทบต่อน้ำหนักและสุขภาพร่างกายของคุณแม่ได้ วันนี้จึงนำอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องมาฝากคุณแม่ 1.ซุปผักร้อนๆ ซุปผักร้อนๆ ถือเป็นอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้เป็นอย่างดี และยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินซี หรือแม็กนีเซียมก็ตาม 2.เครื่องดื่มสมูตตี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มสมูตตี้ผักหรือผลไม้ ก็ล้วนช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้จากการแพ้ท้องได้ทั้งนั้น เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้ช่วยทำให้กรดและน้ำตาลในเลือดเกิดความสมดุลกัน 3.น้ำขิง น้ำขิงทั้งแบบร้อนหรือแบบเย็นก็ช่วยลดอาการแพ้ท้องให้กับคุณแม่ได้ ซึ่งขิงยังเป็นสมุนไพรที่มีสารอาหารที่ช่วยรักษาหรือบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดในช่องท้องได้เป็นอย่างดี 4.น้ำมะพร้าว น้ำมะพร้าวคือเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์แก่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อย่างมาก อีกทั้งยังช่วยลดอาการแพ้ท้องและช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าได้อีกด้วย 5.แอปเปิล แอปเปิลคือผลไม้ที่อุดมไปด้วยกากใยจำนวนมาก ซึ่งเป็นกากใยที่สามารถกำจัดสารเคมีบางชนิดที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ท้องหรืออาเจียนได้ 6.มะนาว น้ำมะนาวจัดเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ดีที่สุด แต่หากคุณแม่ไม่สามารถดื่มหรือไม่ชอบรสเปรี้ยวของมะนาว ก็สามารถดมกลิ่นของมะนาวแทนได้ เพราะวิธีนี้ช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้เช่นกัน 7.อะโวคาโด เนื่องจากอะโวคาโดจัดเป็นแหล่งรวมของวิตามินบี6 ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยลดอาการคลื่นไส้หรืออาเจียน ดังนั้นการทานอะโวคาโดจึงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ 8.ขนมปัง การบรรเทาอาการแพ้ท้องด้วยขนมปังนั้น แนะนำให้ทานหลังตื่นนอน จากนั้นให้นอนต่อสักพัก แล้วค่อยลุกไปทำกิจวัตรอื่นๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดอาการแพ้ท้องที่มักเกิดขึ้นในตอนเช้าได้ดีเลยทีเดียว 9.ซีเรียล ในส่วนของซีเรียลแนะนำให้เลือกซีเรียลที่มีวิตามินบี6 เป็นส่วนผสมด้วย เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า วิตามินบี6 มีส่วนช่วยลดอาการคลื่นไส้ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งควรเลือกที่มีธัญพืชสูงและปริมาณน้ำตาลต่ำ เพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพร่างกายขณะตั้งครรภ์นั่นเอง 10.ใบสะระแหน่ ใบสะระแหน่สามารถนำมาใช้บรรเทาอาการแพ้ท้องได้หลายรูปแบบ เช่น ทานสดๆ ดมกลิ่น หรือจะต้มกับน้ำเพื่อจิบก็ช่วยได้ เพราะกลิ่นหอมของใบสะระแหน่สามารถลดอาการคลื่นได้ เมื่อคุณแม่มีอาการแพ้ท้อง และไม่สามารถทานอาหารได้มากเท่าที่ควร แนะนำให้ลองทานอาหารทั้งหมดที่เราได้นำมาแบ่งปันกันดูนะคะ เผื่อว่าอาหารเหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายของคุณแม่ได้รับสารอาหารมากขึ้น และช่วยให้อาการแพ้ท้องดีขึ้นกว่าเดิม  

Read More

Apr

01

อย่าทำร้ายลูกด้วยโซเชียล

โซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนไปแล้วเราก็มักจะโพสต์รูปลงในเฟซบุ๊กให้คนรอบตัวได้รับรู้ด้วย แต่เมื่อสื่อสังคมออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ส่วนตัวแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ การโพสต์รูปใดๆ ลงในโลกโซเชียลก็อาจจะส่งผลเสียตามมาได้ โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ที่ชอบโพสต์รูปและเล่าเรื่องราวของลูกๆ ราวกับเป็นไดอารี่ส่วนตัว จนกลายเป็นการอย่าทำร้ายลูกด้วยโซเชียล หากไม่อยากทำร้ายลูกโดยไม่รู้ตัว นี่คือ 3 เหตุผลหลักที่อาจทำให้ผู้ปกครองทั้งหลายฉุกคิดมากขึ้นก่อนจะโพสต์รูปเด็กๆ ลงโซเชียล รุกล้ำความเป็นส่วนตัว รู้หรือไม่ว่าเด็กๆ อายุแค่ 5 ขวบ ก็จะเริ่มรู้สึกต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้นแล้ว ทำให้บางครั้งจึงอาจมีปฏิกิริยาว่าชักจะไม่ชอบใจ หรือรู้สึกอายที่คุณพ่อคุณแม่นำรูปของเขาไปโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะรูปตอนยังแบะเบาะ รูปตลกๆ รวมถึงรูปที่อัพเดทพัฒนาการต่างๆ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้มีสิทธิเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ถูกเพื่อนฝูงนำไปบูลลี่ การที่เราโพสต์รูปลูกตอนเด็กๆ ด้วยความรู้สึกรักหรือเอ็นดูนั้น อาจทำให้เกิดปัญหาที่คาดไม่ถึงกับลูกๆ ในอนาคต เพราะรูปเหล่านั้นอาจถูกเพื่อนฝูงนำไปใช้กลั่นแกล้งหรือบูลลี่ได้ การแชร์รูปลูกในโซเชียลจึงเท่ากับทำร้ายพวกเขาโดยไม่รู้ตัว หากไม่แข็งแกร่งพอก็อาจจะรับมือกับการ Cyberbullying ไม่ได้ และกลายเป็นปมที่ติดตัวไปตลอดชีวิต เสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว บ่อยครั้งที่พ่อแม่มักจะเผลอโพสต์รูปของลูกๆ พร้อมทั้งเช็กอินสถานที่ด้วยว่าอยู่ที่ใด ซึ่งอาจเป็นการชี้ช่องให้กับมิจฉาชีพได้ การโพสต์รูปลูกกลับจากโรงเรียน  ทั้งที่ใส่ชุดนักเรียนอยู่ จึงเป็นการบอกข้อมูลกับคนร้ายโดยไม่รู้ตัวเพราะมีทั้งชื่อโรงเรียน และชื่อของเด็กๆ ปักอยู่บนเสื้อ อย่างไรก็ตาม การห้ามไม่ให้พ่อแม่ผู้ปกครองโพสต์รูปลูกๆ ในโซเชียลเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก ดังนั้น หากคิดจะแชร์รูปลูกก็ต้องใส่ใจสิ่งต่างๆ เหล่านี้ด้วย ถามความสมัครใจของเด็กๆ เสียก่อนว่าพวกเขาสะดวกใจหรือไม่ หากจะนำรูปไปโพสต์ในโลกออนไลน์ ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว (Privacy Setting) ในโซเชียลมีเดียให้เห็นกับเฉพาะกลุ่ม อย่าเปิดเป็นสาธารณะ (Public) ที่ใครๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ เลือกรูปอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ส่งผลเสียต่อเด็กในอนาคต โดยอาจทำ “ลายน้ำ” เพื่อป้องกันมิจฉาชีพหรือผู้ไม่ประสงค์ดีในการนำรูปไปใช้จนก่อให้เกิดความเสียหายได้  

Read More

Mar

26

แซลมอน แบบไหน ถึงจะดีต่อสุขภาพที่สุด

แซลมอน สาวกปลาดิบไม่ควรพลาดสาระน่ารู้ในวันนี้เพราะในบทความต่อไปนี้จะพูดถึงประโยชน์ของ ปลาแซลมอน ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ รวมถึงคำแนะนำที่ว่ากรรมวิธีการปรุงแซลมอนแบบไหนที่จะทำให้ผู้รับประทานได้คุณประโยชน์จากเนื้อแซลมอนมากที่สุด ประโยชน์ของแซลมอน ปลาแซลมอน เป็นเนื้อปลาที่อัดแน่นไปด้วยสารอาหารและคุณประโยชน์มากมาย ดังนี้ เป็นแหล่งของวิตามินบี ซึ่งวิตามินบี ดีต่อสุขภาพหัวใจและสมอง และยังช่วยลดการอักเสบอีกด้วย กรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3) เป็นกรดไขมันที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ จำเป็นต้องได้รับผ่านการรับประทานอาหาร ซึ่งแซลมอนอัดแน่นไปด้วยสารอาหารชนิดนี้ มีโพแทสเซียมสูง สารโพแทสเซียมในปลาแซลมอน ช่วยในการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับที่สมดุล อัดแน่นไปด้วยสารซีลีเนียม (Selenium) ซึ่งดีต่อกระดูก กระตุ้นการทำงานของต่อมไทรอยด์ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า แอสตาแซนธิน (Astaxanthin) ที่ดีต่อการทำงานของระบบประสาทและสมอง และช่วยในเรื่องของผิวพรรณด้วย วิธีปรุงแซลมอนที่อร่อย และดีต่อสุขภาพที่สุดมีอะไรบ้าง ปลาแซลมอน เป็นเนื้อปลาที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายรูปแบบ ซึ่งรูปแบบของกรรมวิธีที่แตกต่างกัน ก็จะมีการลดและคงคุณค่าทางสารอาหารของเนื้อแซลมอนที่ต่างกันด้วย ดังนี้ ปลาแซลมอนย่าง การปรุง ปลาแซลมอน ด้วยการย่างบนเตา ถือเป็นวิธีที่ดีต่อสุขภาพ เพราะการย่างเนื้อแซลมอนจะไม่เป็นการเพิ่มไขมันแบบอื่น นอกเสียจากน้ำมันที่ใช้เคลือบเตาหรือหรือตะแกรงเท่านั้น และยังไม่เป็นการลดคุณภาพและคุณค่าทางสารอาหารของเนื้อปลาด้วย ข้อสำคัญคือ: ไม่ควรย่างเกิน 10-15 นาที ปลาแซลมอนลวก การลวก ปลาแซลมอน เป็นหนึ่งในวิธีที่รักษาคุณค่าทางสารอาหารของแซลมอนไว้ได้ครบถ้วน และยังได้เนื้อแซลมอนที่อ่อนนุ่มอีกด้วย ข้อสำคัญคือ: อย่าลวกนานจนเกินไป ให้ลวกเนื้อแซลมอนแค่เพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น เนื้อปลาก็พร้อมที่จะตักเสิร์ฟได้ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่เร็วและง่ายที่สุดในการที่จะทำให้เนื้อปลาอร่อยและคงคุณประโยชน์ไว้ ปลาแซลมอนอบ การไม่เพิ่มไขมันให้กับเนื้อของ ปลาแซลมอน ถือเป็นแนวทางของการรับประทานแซลมอนที่ดีต่อสุขภาพ การปรุงแซลมอนด้วยการอบในเตาอบเป็นวิธีที่ตอบโจทย์ในข้อนี้ เพราะจะไม่เป็นการเพิ่มไขมันให้กับเนื้อปลา เพียงแต่ควรระวังเรื่องส่วนผสมหรือวัตถุดิบประเภทอื่นๆ ที่จะนำไปอบร่วมเท่านั้น เพราะซอสบางอย่างหรือวัตถุดิบบางอย่างอาจเพิ่มไขมันและแคลอรีให้กับแซลมอนได้ วิธีนี้อาจใช้เวลานานกว่าวิธีอื่นๆ โดยใช้เวลาอยู่ที่ 20-30 นาที หรือขึ้นอยู่การเลือกอุณหภูมิในการอบ ปลาแซลมอน แบบรมควัน การรมควันแซลมอน ไม่ได้ทำให้เนื้อแซลมอนเสียคุณประโยชน์จนไม่ดีต่อสุขภาพ แต่อาจจะไปลดปริมาณของสารโอเมก้า 3 ที่มีอยู่ให้ลดลงไปบ้างเท่านั้นเอง ซึ่งเมื่อเทียบกับปลาแซลมอนสด กับ ปลาแซลมอนกระป๋องแล้ว พบว่าแซลมอนที่รมควันให้สารโอเมก้า 3 ที่น้อยกว่า ปลาแซลมอนกระป๋อง อาจจะฟังดูแล้วชวนขมวดคิ้ว แต่ปลาแซลมอนกระป๋องจัดว่าเป็นอีกหนึ่งการถนอมอาหารที่ทำให้เนื้อปลายังเต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และยังสามารถเก็บไว้ได้นานกว่ากรรมวิธีการปรุงแบบอื่น ๆ ด้วย แต่สิ่งสำคัญที่จะเพิ่มคุณค่าทางอาหารให้แซลมอนกระป๋องมากขึ้นไปอีก คือ การนำมารับประทานร่วมกับวัตถุดิบที่มีประโยชน์อื่นๆ ทั้งผักและเนื้อสัตว์ ปลาแซลมอนดิบ ปลาแซลมอนดิบ มักมาในรูปแบบเมนูอย่าง ซูชิ หรือ ซาชิมิ ซึ่งข้อดีของปลาแซลมอนดิบคือ มีความสด และยังอัดแน่นไปด้วยสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 เพราะยังไม่ถูกนำไปผ่านกรรมวิธีใดๆ […]

Read More

Mar

23

สาเหตุที่ทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ

ปฎิเสธไม่ได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้รู้สึกว่าช่วยเพิ่มความสัมผัสระหว่างคู่รักได้ แต่บางคนกลับ รู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง วันนี้เราจึงได้รวบรวมสาเหตุที่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์มาฝาก เพื่อให้คุณได้ลองสังเกตตัวเองกัน สาเหตุที่ทำให้รู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาของห้องนอน หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่าห้องนอน และเตียงนอนควรใช้สำหรับนอนและการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ควรนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ เข้าไปไว้ในห้องนอน เนื่องจากมันจะทำให้คุณเกิดอาการไขว้เขว นอนไม่หลับ และส่งผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของคุณ การใช้ยา แน่นอนว่ามียาหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อความรู้สึกทางเพศได้ ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดันโลหิต ยาลดความวิตกกังวล ยาลดกรดไหลย้อน ยาแก้แพ้ รวมไปถึงยาแก้ซึมเศร้า ซึ่งถ้าคุณใช้ยาเหล่านี้แล้วทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ คุณควรจะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นการใช้ยาคุมกำเนิดก็สามารถทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ในผู้หญิงบางคนได้เช่นกัน เนื่องจากมันเข้าไปทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนต่ำ ไม่มีเวลาว่าง บางคนอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำงาน ดูแลครอบครัว ทำอาหาร ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความเครียด และส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศโดยเฉพาะ นั่นจึงทำให้คุณอาจมีความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นนั่นเอง การปลดปล่อยความเครียดที่ดีวิธีหนึ่งก็คือการแช่ตัวในน้ำที่มีน้ำมันหอมระเหย เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย นอนไม่หลับ จากข้อมูลพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาในการนอนได้มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และการนอนไม่หลับมีผลกระทบอย่างมากต่อความรู้สึกทางเพศ แต่บางครั้งการนอนไม่หลับก็อาจส่งผลทำให้คุณมีเพศสัมพันธ์มากเกินไปได้เช่นกัน เนื่องจากการนอนไม่หลับนั้นจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน   ไม่มั่นใจในรูปร่าง ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับเรื่องของรูปร่างและร่างกาย หลายคนไม่อยากมีเพศสัมพันธ์เพราะรู้สึกประหม่าเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง เพราะการที่จะรักษารูปร่างให้ดูดีถือว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน แต่คุณก็สามารถทำให้ร่างกายดูดีขึ้นได้ด้วยการเรื่องเสื้อผ้าหรือชุดชั้นในให้เหมาะกับตัวเอง รวมถึงมันอาจจะทำให้คุณดูเซ็กซี่ขึ้นได้ ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ 1 ใน 3 ของผู้หญิงมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะระหว่างมีเพศสัมพันธ์ บางครั้งอาจจะทำให้เกิดการปล่อยปัสสาวะจำนวนเล็กน้อยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาการนี้อาจทำให้รู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ขึ้นมาได้ เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่อ่อนไหวสำหรับผู้หญิง ใกล้วัยหมดประจำเดือน ในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือนฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ทั้งเนื้อเยื่อช่องคลอดที่ละเอียดอ่อนก็จะเกิดความแห้งกร้าน มีน้ำหล่อลื่นน้อยลง และทำให้เกิดความเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดอาการไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ขึ้นได้ นอกจากนั้นช่วงวัยหมดประจำเดือนอาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย เนื่องมาจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ความหวาดกลัวเกี่ยวกับการแก่ตัว รวมไปถึงการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติอีกด้วย มีลูกๆ อยู่ด้วยตลอดเวลา สำหรับคู่ที่มีลูกด้วยกันแล้ว มันอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าที่จะต้องมีเพศสัมพันธ์กัน เรื่องจากใช้เวลาทั้งหมดไปกับลูกหมดแล้ว ทางที่ดีคือควรกำหนดวันสักหนึ่งวันที่จะฝากลูกๆ ไว้กับพี่เลี้ยงหรือครอบครัว จากนั้นจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันมากขึ้นนั่นเอง ไม่เปิดใจคุยกันในเรื่องเพศ แน่นอนว่าการพูดคุยกันเรื่องเพศอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไรดีเมื่อต้องพูดถึงสิ่งที่ต้องการ แต่การเปิดใจคุยกันมันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องเซ็กส์ดีขึ้นนั่นเอง ยังไงก็ลองสังเกตุตัวเองและคู่รักของเราเพื่อให้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นมาได้ในภายหลัง  

Read More

Mar

18

วิธีบริหารเงิน

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคงอยากจะเรียนรู้วิธีการบริหารเงิน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ดี จะได้เหลือเงินเก็บแบ่งเงินใช้ได้อย่างไม่ขัดสน วันนี้เราจะพาไปดูวิธีบริหารเงินเดือนกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร ขั้นตอนในการบริหารเงินเดือน        วางแผนก่อนแล้วค่อยใช้เงิน คือการที่คุณเริ่มตั้งเป้าหมายของการใช้เงิน ก่อนที่จะนำเงินส่วนนั้นไปใช้ค่ะ ก่อนอื่นเลยคุณควรเริ่มเปลี่ยนความคิดในตอนแรกที่ว่า การใช้จ่ายก่อน แล้วเหลือเท่าไรค่อยเก็บ นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมากค่ะ เพราะเท่ากับว่า คุณจะไม่เหลือเงินเก็บเลย เพราะในแต่ละวันคุณก็ต้องมีความจำเป็นที่จะใช้จ่ายอย่างแน่นอน เมื่อเห็นเงินในกระเป๋าเหลือ ซึ่งเป็นนิสัยของมนุษย์เราอยู่แล้วค่ะ ยิ่งมีเงินมาก ก็ยิ่งใช้มากนั่นเอง การวางแผนให้มีเงินเก็บ เมื่อคุณรับเงินเดือนมา ควรทำการแยกบัญชีให้ชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถเก็บเงินจำนวนหนึ่งได้อย่างเต็มที่ค่ะ การแบ่งเงินออกไปตามความจำเป็น คุณสามารถแยกเงินออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ เริ่มจากส่วนแรก ควรแยกไว้ประมาณ 40% ค่ะสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อย่างเช่น ค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่น ๆ ที่คุณจำเป็นต้องจ่ายถ้าไม่จ่ายแล้วไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ ส่วนที่ 2 ก็แยกไว้ 40% เป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ที่คุณสามารถใช้จ่ายได้ตลอดทั้งเดือน และอีก 20% ที่เหลือ คุณก็เก็บเอาไว้เป็นเงินออมไม่ควรนำมาใช้ คุณสามารถใช้ได้ในอนาคตเท่านั้น หรือไม่ก็นำไปลงทุน ก็จะทำให้เงินส่วนนี้มีเพิ่มมากขึ้น แต่คุณก็ห้ามนำเงินส่วนนี้ไปใช้โดยเด็ดขาดค่ะ ควรมีวินัยในการใช้จ่ายให้มาก ๆ เพื่อจำนวนเงินออมของคุณจะได้เพิ่มพูนขึ้น ไม่ควรมีหนี้ หรือมีหนี้ให้น้อยที่สุด เพราะนอกจากการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว การไม่มีนี้ก็ถือเป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่งด้วยค่ะ ผู้ที่ทำงานได้รับเป็นรายเดือนส่วนมากมักเจอกับปัญหาของเงินไม่พอใช้ เมื่อไม่พอใช้แล้วจะหาทางออกโดยการไปกู้หนี้ ยืมสินอีก ก็จะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากคุณจะจ่ายเงินต้นคืนให้แล้ว คุณยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มให้เขาไปอีกด้วยนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่คุณไม่สามารถมีเงินเก็บไปเลยค่ะ แต่หากคุณมีหนี้อยู่แล้ว คุณสามารถที่จะนำเงินที่คุณแยกไว้ใช้ประจำวันมาแยกย่อมเพื่อจ่ายหนี้ส่วนนี้ได้อีกด้วย แต่คุณอาจจะมีเงินใช้ต่อวันน้อยลงตามไปด้วยนะคะ อย่างไรก็ตามการออมเงินของคุณจะสามารถประสบผลสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับวินัยส่วนตัวของคุณค่ะ ผู้อื่นไม่สามารถเข้าไปยุ่งหรือวุ่นวายได้ เราได้แค่แนะนำให้ผู้ที่อาจจะไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง แต่คุณจะทำได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเองทั้งนั้น เราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะสามารถทำได้เหมือนกันค่ะ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถบริหารจัดการเงินเดือนที่คุณรับต่อเดือนได้อย่างสบายใจแล้วล่ะค่ะ สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือความมีวินัยในการใช้จ่ายเงินของคุณ ไม่ควรที่จะซื้อของที่ฟุ่มเฟือยไม่มีประโยชน์หรือไม่จำเป็นต้องซื้อ คุณก็จะสามารถมีเงินเก็บได้ตามที่คุณตั้งเป้าเอาไว้แล้วล่ะค่ะ    

Read More

Mar

13

หยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายตับ 

ตับ ทำหน้าที่ 500 กว่าอย่าง เช่น กำจัดสารพิษ ฟอกเลือด เปลี่ยนแปลงสารอาหารเป็นพลังงาน กักเก็บวิตามินและแร่ธาตุ เป็นต้น เนื่องจากตับมีความสำคัญขนาดนี้ เราจึงควรหันมาดูแลสุขภาพตับและหยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายตับ  ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป เราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าแอลกอฮอล์มีผลเสียกับตับ ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งทำร้ายตับมาก ถ้าคุณอยากเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดีก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ถ้าประวัติคนในครอบครัวของคุณเคยมีอาหารแอลกอฮอลิซึม หรือโรคเกี่ยวกับตับ คุณควรหลีกเลี่ยงและดื่มเครื่องเหล่านี้ในปริมาณน้อยๆ ดื่มน้ำไม่มากเพียงพอ ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วต่อวัน คือสิ่งที่เราเรียนรู้มานาน การดื่มน้ำในปริมาณไม่มากพอจะส่งผลถึงการทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ ถ้าตับสูญเสียความชุ่มชื้นมันก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ แล้วยังทำให้เสี่ยงต่อการป่วย ดังนั้นควรดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการและควรจะเป็นน้ำที่มาจากแหล่งน้ำที่สะอาด สูบบุหรี่ นอกจากส่งผลต่อปอดแล้วยังสามารถส่งผลถึงตับได้ด้วย การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ และยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำร้ายร่างกายอีกด้วย น้ำหนักตัวมากเกินไป ผลที่ตามมาจากการมีน้ำหนักเกินคือไขมันที่จะตามมาเกาะอยู่ที่ตับ ทำให้เกิดอาการไขมันพอกตับ แม้ว่าจะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แต่การกินของที่มีไขมันมากก็ส่งผลต่อตับไม่แพ้แอลกอฮอล์ การเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์สามารถแก้ปัญหานี้ได้ กินน้ำตาลมากเกินไป ปัจจุบันมีการรณรงค์เกี่ยวกับการบริโภคน้ำตาลมากขึ้น กล่าวถึงโทษของน้ำตาล และแนะนำปริมาณที่ควรบริโภคต่อวัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำตาลส่งผลให้เกิดโรคตับได้ ในขณะที่เซลล์ในร่างกายสามารถเผาผลาญกลูโคสได้ แต่ตับเป็นอวัยวะเดียวที่สามารถกำจัดฟรุกโตสได้ ดังนั้นถ้าเราทานอาหารที่มีฟรุกโตสมากเกินไปจึงเป็นการทำร้ายตับ เราควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไซรัป โซดา ขนมอบ ฯลฯ แล้วหันมาบริโภคผลไม้แทน กินอาหารที่เพิ่มน้ำตาลในเลือด  ตับจะทำงานตอนกลางคืน ดังนั้นการกินอาหารมื้อใหญ่ๆ ก่อนเข้านอนจะทำให้ตับทำงานหนักมากขึ้น ลองกินแคร์รอตหรือบีทรูทในมื้อเย็นจะช่วยตับทำความสะอาดสารพิษได้ บริโภคไขมันทรานส์ ถ้าคุณมีปริมาณคอเลสเตอรอลเกิน คุณอาจเคยได้ยินหมอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ไขมันทรานส์เป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลและ LDL  ขนมอบจำพวกเบเกอรี่ ขนบขบเคี้ยว ป๊อบคอร์น ของทอด เหล่านี้ล้วนมีไขมันทรานส์ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงหรือบริโภคให้น้อยลงเพื่อให้ตับไม่ต้องทำงานหนัก  รับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร อาหารเสริมและสมุนไพรหากทานในปริมาณที่มากเกินไปก็สามารถเข้าไปทำอันตรายตับได้ ถึงบางอย่างจะเคลมว่าทำมาจากธรรมชาติล้วนๆ ก็ส่งผลเสียต่อตับได้ ตับมีหน้าที่กรองสารพิษ ถ้าอาหารเสริมหรือสมุนไพรที่คุณทานมีส่วนผสมที่ไม่ปลอดภัยก็จะทำให้ตับทำงานหนักขึ้น ไม่ตรวจเช็กสุขภาพตับ เรามักให้ความสำคัญกับหัวใจและคอเลสเตอรอล เวลาตรวจร่างกายก็จะเลือกโปรแกรมตรวจที่มีออปชั่นตรวจหัวใจและคอเลสเตอรอลด้วย จึงไม่ได้ให้ความสนใจต่อการตรวจสุขภาพตับ ทั้งที่จริงแล้วตับก็มีสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นเลย ลองไปเช็กดูบ้างว่าค่าตับของเราเป็นอย่างไร  

Read More

Mar

05

วิธีขัดเงินเครื่องประดับ

  สาวๆคงมีเครื่องประดับเครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลส มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นถ้าตัดสินใจซื้อมาใช้แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่าปล่อยให้มีคราบหมองดูไร้ราคาเด็ดขาดวันนี้เราจะพาไปดูของที่ใช้สำหรับช่วยขัดเครื่องเงินประดับของเราให้วยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอ มะขามเปียก เป็นวิธีทำความสะอาดเครื่องเงินกันมาแต่ดั้งเดิม โดยเริ่มจากนำเนื้อมะขามเปียกไปต้มในน้ำเปล่าให้พอเดือดแล้วยกลงจากเตา รอให้หายร้อนสักพัก แล้วค่อยนำเครื่องเงินที่มีคราบหมองลงไปแช่ในน้ำมะขามเปียกต้ม และใช้มะขามเปียกมาขัด ๆ ถู ๆ แช่ต่อไว้อีกสักพัก จากนั้นก็ล้างให้สะอาด  โซดา ความซ่าจนหยดสุดท้ายของน้ำโซดาสามารถกำจัดคราบหมองของเครื่องเงินได้ด้วย ก่อนอื่นผสมน้ำโซดากับน้ำส้มสายชูให้เข้ากัน แล้วนำเครื่องเงินมาแช่ทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้แห้งก็เป็นอันเสร็จค่ะ ฟอยล์อะลูมิเนียม ก่อนอื่นรองก้นภาชนะด้วยแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม จากนั้นเทน้ำ 1 ลิตร และเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ เอาไปต้มให้เดือด แล้วแช่เครื่องเงินหรือสเตนเลสทิ้งไว้ 10 วินาที หากนำขึ้นมาแล้วยังมีคราบหมองอยู่ ใช้เบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง ผสมกับน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ นำไปขัดคราบโดยตรง แล้วล้างออกพร้อมเช็ดให้แห้ง ซอสมะเขือเทศ ซอสมะเขือเทศก็ทำความสะอาดเครื่องเงินได้ ด้วยการทาซอสมะเขือเทศลงบนคราบหมอง ใช้ผ้าขนหนูขัดถูเบา ๆ จนคราบนั้นหายไป แต่ถ้าอยากให้เครื่องเงินเงางามเป็นประกาย ก็ให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วค่อยถูออก หรือจะใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขัด คราบก็จะออกง่ายขึ้น เจลล้างมือ เจลล้างมือที่เราพกติดตัวก็ช่วยได้ เพียงหยดเจลล้างมือลงบนผ้าขนหนูหรือฟองน้ำ แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ เครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลสที่มีคราบหมอง ให้คราบจางหายไป แล้วความเงาวับก็จะกลับมาแทนที่ น้ำมะนาวโซดา น้ำมะนาวโซดาไม่ใช่เครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยทำความสะอาดคราบหมองบนเครื่องเงินได้ด้วย แค่นำเครื่องเงินไปแช่ในน้ำมะนาวโซดาสัก 1 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดก็นำขึ้นมาทำความสะอาด คราบก็จะหายไปอย่างเห็นได้ชัด ยาสีฟัน วิธีง่าย ๆ แบบนี้หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพียงแค่บีบยาสีฟันลงบนผ้าขนหนูสักเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ เครื่องเงินที่มีคราบหมอง แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาด ๆ เช็ดยาสีฟันออกให้เกลี้ยง เครื่องเงินก็จะกลับมาเงางามและน่าใช้งานอีกครั้ง แอลกอฮอล์ แอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดคราบหมองให้หมดไป เริ่มจากผสมแอลกอฮอล์ 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 4 ส่วน ให้เข้ากันดี แล้วนำผ้าขนหนูชุบแล้วเช็ดทำความสะอาดตรงคราบหมองให้หายไป ความเงางามก็จะกลับมาอีกครั้ง แอมโมเนีย ยาสามัญที่มีติดบ้านอย่างแอมโมเนีย ก็ช่วยทำประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะทำความสะอาดเครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลสนี้เลยค่ะ […]

Read More

Mar

02

กินวิตามินยังไงให้ขาว

สำหรับสาวๆที่รักสวยรักงามกันละก็ต้องมาฟังทางนี้สำหรับการทานวิตามินยังไงให้ขาวเราจะพาไปเรียนรู้ดูและศึกษาวิตามินกัน ไปดูกันได้เลยย วิตามินซี (Vitamin C) ถือเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ โดยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เองค่ะ จำเป็นต้องรับจากอาหารเท่านั้น โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีส่วนมากแล้วมักพบในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว รวมถึงผักบางชนิดก็มีวิตามินซีอยู่เช่นเดียวกัน เช่น บร็อคโคลี มะเขือเทศ ผักโขม เป็นต้น วิตามินซี นั้นช่วยสร้างเสริมให้ร่างกายในหลายๆ ด้าน ทั้งช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ วิตามินซีถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยลดริ้วรอยบนผิวได้ นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดีขึ้นและช่วยให้ขาวขึ้นได้หากมีการกินร่วมกับวิตามินตัวอื่นค่ะ ซึ่งวิตามินหรืออาหารเสริมที่ควรกินคู่กับวิตามินซีเพื่อการบำรุงผิวนั้น มีดังนี้ค่ะ 1. กินวิตามินซีคู่กับกลูต้าไธโอน เมื่อเรากินวิตามินซีคู่กับกลูต้าไธโอนแล้วนั้น วิตามินซีจะเข้าไปช่วยกลูต้าไธโอนจับสารอนุมูลอิสระค่ะ ซึ่งส่งผลให้เรามีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นและริ้วรอยลดลงได้ นอกจากนี้วิตามินซียังเข้าไปช่วยกระตุ้นให้กลูต้าไธโอนให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายผลิตเม็ดสีผิวเข้มลดลงและส่งผลให้เรามีผิวที่แลดูขาวขึ้นได้ค่ะ โดยวิธีการกินคู่กันคือ กลูต้าไธโอน 500 mg/วัน และวิตามินซี 1000 mg/วัน และแบ่งกิน 2 เวลาคือก่อนอาหารเช้า – เย็น กลูต้าไธโอน 250 mg/ครั้ง และวิตามินซี 500 mg/ครั้ง ส่วนสำหรับใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือรู้สึกแสบท้องได้ง่าย แนะนำให้กินวิตามินซีหลังอาหารส่วนกลูต้าไธโอนก็ให้กินก่อนอาหารเหมือนเดิมค่ะ 2. กินวิตามินซีคู่กับคอลลาเจน วิตามินซีช่วยร่างกายให้ดูดซึมคอลลาเจนได้ดีขึ้นค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้วคอลลาเจนจะช่วยให้ผิวของเรามีความแข็งแรง ช่วยลดริ้วรอย นอกจากนี้คอลลาเจนยังช่วยบำรุงเส้นผมและเล็บให้แข็งแรงได้อีกด้วย การกินวิตามินซีคู่กับคอลลาเจนจึงเป็นการช่วยทำให้คอลลาเจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยวิธีการกินเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือ กินก่อนอาหารเช่นเดียวกับการกินวิตามินซีคู่กับกลูต้าไธโอนค่ะ ถึงแม้ วิตามินซี จะเป็นวิตามินที่ร่างกายได้รับตามธรรมชาติอยู่แล้วทุกวัน แต่การกินวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมก็ควรต้องได้คำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรนะคะ เนื่องจากการกินวิตามินต่างๆ เหล่านี้หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปและนานเกินไปก็มีโอกาสทำให้เราเสี่ยงกับโรคได้ค่ะ  

Read More

Feb

24

ภูมิแพ้ กับ PM 2.5

ด้วยสภาวะบรรยากาศในโลกเราทั้งหม่นหมอง และมีแต่อันตรายมากมายทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมากวันนี้เราจะมาทำความรู้้จักกับอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อโรคภูมิแพ้ของเราเป็นอย่างมากคือฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากเพียง 2.5 ไมครอน ทำให้ฝุ่นนี้สามารถเข้าจมูกไปยังหลอดลมใหญ่จนถึงหลอดลมขนาดเล็กในปอดได้ ฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อโรคภูมิแพ้อย่างไร ผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น มีอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหลมากขึ้น ผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น มีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจติดขัด รวมถึงหายใจมีเสียงวี๊ดได้ ผลต่อระบบผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ผิวหนังอยู่เดิม จะทำให้เกิดอาการกำเริบ มีผื่นแดงขึ้นตามตัวมากขึ้นได้   วิธีการรักษา การล้างจมูก เพื่อเป็นการชะล้างเอาฝุ่น PM2.5 ที่เกาะอยู่บนผนังจมูกออกไป ควรใช้ยารักษาภูมิแพ้ที่รักษาอยู่เดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น  การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก หรือ การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นทางปากสำหรับโรคหอบหืด เป็นต้น ควรรีบไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม และเริ่มการรักษา  

Read More

Feb

16

โปรแกรมสอนออนไลน์สำหรับครูยุคใหม่

ในช่วงยุคที่ต้องเรียนออนไลน์ เหล่าครูๆก็ต้องเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ ต่างก็ต้องหาตัวช่วยในการสอนที่จะทำให้การสอนของเราสะดวกสบายขึ้น วันนี้พวกเรานำ 5โปรแกรมสอนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดมาให้ชมกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย หน่วยศึกนิเทศก์ได้ทดสอบโปรแกรมยอดนิยม ทั้ง 5 โปรแกรมคือ Microsoft Teams ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบ มีการส่งงาน ส่งการบ้าน ครูตรวจงานให้คะแนน Video Call แชร์หน้าจอกันได้ โดยทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ สามารถเข้ามาชมหรือดูข้อมูลย้อนหลังได้ จะใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือก็ได้ หากต้องการใช้ในการเรียนการสอน โปรแกรมตัวนี้ เหมาะสมอย่างยิ่ง Google Hangouts Meet ใช้สำหรับการประชุมจะดีมาก เนื่องจากใช้ bandwidth (ทรัพยากรอินเทอร์เน็ต) น้อย มีเมนูน้อย ทำให้ผู้ใช้งานไม่สับสน สามารถ Video Call แชร์หน้าจอกันได้ สามารถบันทึก Video ขณะประชุมได้ ผู้ใช้สามารถใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือก็ได้ (หากผู้สร้างห้องใช้ Gmail จะเป็น Hangouts จะ Call ได้แค่ 25 คน หากผู้สร้างห้องใช้ G suit จะเป็น Hangouts Meet สามารถ Call ได้ มากถึง 250 คน) เมื่อสิ้นสุดการประชุม ระบบจะส่ง ประวัติการสนทนา และ Video ที่บันทึก ไปยัง Email Zoom Cloud Meetings เหมาะสำหรับการจัดการเรียนการสอนใน แต่จะไม่สามารถมอบหมายงาน ส่งงาน ส่งการบ้าน ตรวจงานให้คะแนน ไม่สามารถมาดูย้อนหลังได้ แต่สามารถ VDO Call แชร์หน้าจอกันได้ จะใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือก็ได้ Line เป็น Application ที่ทุกคนค่อนข้าง คุ้นเคย สามารถ Video Call […]

Read More
1 2 3 5