สาเหตุที่ทำให้หมดอารมณ์ทางเพศ

ปฎิเสธไม่ได้ว่าการมีเพศสัมพันธ์อาจทำให้รู้สึกว่าช่วยเพิ่มความสัมผัสระหว่างคู่รักได้ แต่บางคนกลับ รู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ขึ้นมาโดยที่ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง วันนี้เราจึงได้รวบรวมสาเหตุที่อาจทำให้คุณรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์มาฝาก เพื่อให้คุณได้ลองสังเกตตัวเองกัน

สาเหตุที่ทำให้รู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์

ปัญหาของห้องนอน

หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำพูดที่ว่าห้องนอน และเตียงนอนควรใช้สำหรับนอนและการมีเพศสัมพันธ์เท่านั้น ไม่ควรนำเทคโนโลยีต่างๆ เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์ หรือคอมพิวเตอร์ เข้าไปไว้ในห้องนอน เนื่องจากมันจะทำให้คุณเกิดอาการไขว้เขว นอนไม่หลับ และส่งผลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของคุณ

การใช้ยา

แน่นอนว่ามียาหลายอย่างที่อาจส่งผลต่อความรู้สึกทางเพศได้ ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดันโลหิต ยาลดความวิตกกังวล ยาลดกรดไหลย้อน ยาแก้แพ้ รวมไปถึงยาแก้ซึมเศร้า ซึ่งถ้าคุณใช้ยาเหล่านี้แล้วทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ คุณควรจะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นการใช้ยาคุมกำเนิดก็สามารถทำให้เกิดความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ในผู้หญิงบางคนได้เช่นกัน เนื่องจากมันเข้าไปทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอร์โรนต่ำ

ไม่มีเวลาว่าง

บางคนอาจจะต้องใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำงาน ดูแลครอบครัว ทำอาหาร ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความเครียด และส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกี่ยวกับความรู้สึกทางเพศโดยเฉพาะ นั่นจึงทำให้คุณอาจมีความรู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นนั่นเอง การปลดปล่อยความเครียดที่ดีวิธีหนึ่งก็คือการแช่ตัวในน้ำที่มีน้ำมันหอมระเหย เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย

นอนไม่หลับ

จากข้อมูลพบว่า ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะมีปัญหาในการนอนได้มากกว่าผู้ชายถึง 2 เท่า และการนอนไม่หลับมีผลกระทบอย่างมากต่อความรู้สึกทางเพศ แต่บางครั้งการนอนไม่หลับก็อาจส่งผลทำให้คุณมีเพศสัมพันธ์มากเกินไปได้เช่นกัน เนื่องจากการนอนไม่หลับนั้นจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเพศ เช่น เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน 

 ไม่มั่นใจในรูปร่าง

ถือเป็นอีกเรื่องที่สำคัญเป็นอย่างมากสำหรับเรื่องของรูปร่างและร่างกาย หลายคนไม่อยากมีเพศสัมพันธ์เพราะรู้สึกประหม่าเกี่ยวกับร่างกายของตัวเอง เพราะการที่จะรักษารูปร่างให้ดูดีถือว่าเป็นเรื่องที่ยากสำหรับบางคน แต่คุณก็สามารถทำให้ร่างกายดูดีขึ้นได้ด้วยการเรื่องเสื้อผ้าหรือชุดชั้นในให้เหมาะกับตัวเอง รวมถึงมันอาจจะทำให้คุณดูเซ็กซี่ขึ้นได้

ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ

1 ใน 3 ของผู้หญิงมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะระหว่างมีเพศสัมพันธ์ บางครั้งอาจจะทำให้เกิดการปล่อยปัสสาวะจำนวนเล็กน้อยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งอาการนี้อาจทำให้รู้สึกไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ขึ้นมาได้ เนื่องจากเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่อ่อนไหวสำหรับผู้หญิง

ใกล้วัยหมดประจำเดือน

ในช่วงก่อนวัยหมดประจำเดือนฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดลง ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา ทั้งเนื้อเยื่อช่องคลอดที่ละเอียดอ่อนก็จะเกิดความแห้งกร้าน มีน้ำหล่อลื่นน้อยลง และทำให้เกิดความเจ็บปวดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เกิดอาการไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ขึ้นได้ นอกจากนั้นช่วงวัยหมดประจำเดือนอาจทำให้ผู้หญิงรู้สึกไม่ค่อยปลอดภัย เนื่องมาจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น อาการร้อนวูบวาบ อารมณ์แปรปรวน ความหวาดกลัวเกี่ยวกับการแก่ตัว รวมไปถึงการมีประจำเดือนที่ไม่ปกติอีกด้วย

มีลูกๆ อยู่ด้วยตลอดเวลา

สำหรับคู่ที่มีลูกด้วยกันแล้ว มันอาจทำให้รู้สึกเหนื่อยล้าที่จะต้องมีเพศสัมพันธ์กัน เรื่องจากใช้เวลาทั้งหมดไปกับลูกหมดแล้ว ทางที่ดีคือควรกำหนดวันสักหนึ่งวันที่จะฝากลูกๆ ไว้กับพี่เลี้ยงหรือครอบครัว จากนั้นจะได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันมากขึ้นนั่นเอง

ไม่เปิดใจคุยกันในเรื่องเพศ

แน่นอนว่าการพูดคุยกันเรื่องเพศอาจจะทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นอย่างไรดีเมื่อต้องพูดถึงสิ่งที่ต้องการ แต่การเปิดใจคุยกันมันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ในเรื่องเซ็กส์ดีขึ้นนั่นเอง ยังไงก็ลองสังเกตุตัวเองและคู่รักของเราเพื่อให้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นมาได้ในภายหลัง

 

วิธีบริหารเงิน

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคงอยากจะเรียนรู้วิธีการบริหารเงิน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ดี จะได้เหลือเงินเก็บแบ่งเงินใช้ได้อย่างไม่ขัดสน วันนี้เราจะพาไปดูวิธีบริหารเงินเดือนกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

ขั้นตอนในการบริหารเงินเดือน

       วางแผนก่อนแล้วค่อยใช้เงิน

คือการที่คุณเริ่มตั้งเป้าหมายของการใช้เงิน ก่อนที่จะนำเงินส่วนนั้นไปใช้ค่ะ ก่อนอื่นเลยคุณควรเริ่มเปลี่ยนความคิดในตอนแรกที่ว่า การใช้จ่ายก่อน แล้วเหลือเท่าไรค่อยเก็บ นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมากค่ะ เพราะเท่ากับว่า คุณจะไม่เหลือเงินเก็บเลย เพราะในแต่ละวันคุณก็ต้องมีความจำเป็นที่จะใช้จ่ายอย่างแน่นอน เมื่อเห็นเงินในกระเป๋าเหลือ ซึ่งเป็นนิสัยของมนุษย์เราอยู่แล้วค่ะ ยิ่งมีเงินมาก ก็ยิ่งใช้มากนั่นเอง การวางแผนให้มีเงินเก็บ เมื่อคุณรับเงินเดือนมา ควรทำการแยกบัญชีให้ชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถเก็บเงินจำนวนหนึ่งได้อย่างเต็มที่ค่ะ การแบ่งเงินออกไปตามความจำเป็น คุณสามารถแยกเงินออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ

เริ่มจากส่วนแรก ควรแยกไว้ประมาณ 40% ค่ะสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อย่างเช่น ค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่น ๆ ที่คุณจำเป็นต้องจ่ายถ้าไม่จ่ายแล้วไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

ส่วนที่ 2 ก็แยกไว้ 40% เป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ที่คุณสามารถใช้จ่ายได้ตลอดทั้งเดือน

และอีก 20% ที่เหลือ คุณก็เก็บเอาไว้เป็นเงินออมไม่ควรนำมาใช้ คุณสามารถใช้ได้ในอนาคตเท่านั้น หรือไม่ก็นำไปลงทุน ก็จะทำให้เงินส่วนนี้มีเพิ่มมากขึ้น แต่คุณก็ห้ามนำเงินส่วนนี้ไปใช้โดยเด็ดขาดค่ะ ควรมีวินัยในการใช้จ่ายให้มาก ๆ เพื่อจำนวนเงินออมของคุณจะได้เพิ่มพูนขึ้น

ไม่ควรมีหนี้ หรือมีหนี้ให้น้อยที่สุด

เพราะนอกจากการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว การไม่มีนี้ก็ถือเป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่งด้วยค่ะ ผู้ที่ทำงานได้รับเป็นรายเดือนส่วนมากมักเจอกับปัญหาของเงินไม่พอใช้ เมื่อไม่พอใช้แล้วจะหาทางออกโดยการไปกู้หนี้ ยืมสินอีก ก็จะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากคุณจะจ่ายเงินต้นคืนให้แล้ว คุณยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มให้เขาไปอีกด้วยนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่คุณไม่สามารถมีเงินเก็บไปเลยค่ะ แต่หากคุณมีหนี้อยู่แล้ว คุณสามารถที่จะนำเงินที่คุณแยกไว้ใช้ประจำวันมาแยกย่อมเพื่อจ่ายหนี้ส่วนนี้ได้อีกด้วย แต่คุณอาจจะมีเงินใช้ต่อวันน้อยลงตามไปด้วยนะคะ

อย่างไรก็ตามการออมเงินของคุณจะสามารถประสบผลสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับวินัยส่วนตัวของคุณค่ะ ผู้อื่นไม่สามารถเข้าไปยุ่งหรือวุ่นวายได้ เราได้แค่แนะนำให้ผู้ที่อาจจะไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง แต่คุณจะทำได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเองทั้งนั้น เราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะสามารถทำได้เหมือนกันค่ะ

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถบริหารจัดการเงินเดือนที่คุณรับต่อเดือนได้อย่างสบายใจแล้วล่ะค่ะ สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือความมีวินัยในการใช้จ่ายเงินของคุณ ไม่ควรที่จะซื้อของที่ฟุ่มเฟือยไม่มีประโยชน์หรือไม่จำเป็นต้องซื้อ คุณก็จะสามารถมีเงินเก็บได้ตามที่คุณตั้งเป้าเอาไว้แล้วล่ะค่ะ

 

 

หยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายตับ 

ตับ ทำหน้าที่ 500 กว่าอย่าง เช่น กำจัดสารพิษ ฟอกเลือด เปลี่ยนแปลงสารอาหารเป็นพลังงาน กักเก็บวิตามินและแร่ธาตุ เป็นต้น เนื่องจากตับมีความสำคัญขนาดนี้ เราจึงควรหันมาดูแลสุขภาพตับและหยุดพฤติกรรมที่ทำร้ายตับ 

ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากเกินไป

เราต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าแอลกอฮอล์มีผลเสียกับตับ ยิ่งดื่มมากก็ยิ่งทำร้ายตับมาก ถ้าคุณอยากเป็นคนที่มีสุขภาพที่ดีก็ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ แต่ถ้าประวัติคนในครอบครัวของคุณเคยมีอาหารแอลกอฮอลิซึม หรือโรคเกี่ยวกับตับ คุณควรหลีกเลี่ยงและดื่มเครื่องเหล่านี้ในปริมาณน้อยๆ

ดื่มน้ำไม่มากเพียงพอ

ดื่มน้ำวันละ 8 แก้วต่อวัน คือสิ่งที่เราเรียนรู้มานาน การดื่มน้ำในปริมาณไม่มากพอจะส่งผลถึงการทำงานของตับในการกำจัดสารพิษ ถ้าตับสูญเสียความชุ่มชื้นมันก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ แล้วยังทำให้เสี่ยงต่อการป่วย ดังนั้นควรดื่มน้ำในปริมาณที่ร่างกายต้องการและควรจะเป็นน้ำที่มาจากแหล่งน้ำที่สะอาด

สูบบุหรี่

นอกจากส่งผลต่อปอดแล้วยังสามารถส่งผลถึงตับได้ด้วย การสูบบุหรี่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับได้ และยังก่อให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำร้ายร่างกายอีกด้วย

น้ำหนักตัวมากเกินไป

ผลที่ตามมาจากการมีน้ำหนักเกินคือไขมันที่จะตามมาเกาะอยู่ที่ตับ ทำให้เกิดอาการไขมันพอกตับ แม้ว่าจะไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์แต่การกินของที่มีไขมันมากก็ส่งผลต่อตับไม่แพ้แอลกอฮอล์ การเลือกกินแต่อาหารที่มีประโยชน์สามารถแก้ปัญหานี้ได้

กินน้ำตาลมากเกินไป

ปัจจุบันมีการรณรงค์เกี่ยวกับการบริโภคน้ำตาลมากขึ้น กล่าวถึงโทษของน้ำตาล และแนะนำปริมาณที่ควรบริโภคต่อวัน แต่คุณอาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำตาลส่งผลให้เกิดโรคตับได้ ในขณะที่เซลล์ในร่างกายสามารถเผาผลาญกลูโคสได้ แต่ตับเป็นอวัยวะเดียวที่สามารถกำจัดฟรุกโตสได้ ดังนั้นถ้าเราทานอาหารที่มีฟรุกโตสมากเกินไปจึงเป็นการทำร้ายตับ เราควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไซรัป โซดา ขนมอบ ฯลฯ แล้วหันมาบริโภคผลไม้แทน

กินอาหารที่เพิ่มน้ำตาลในเลือด 

ตับจะทำงานตอนกลางคืน ดังนั้นการกินอาหารมื้อใหญ่ๆ ก่อนเข้านอนจะทำให้ตับทำงานหนักมากขึ้น ลองกินแคร์รอตหรือบีทรูทในมื้อเย็นจะช่วยตับทำความสะอาดสารพิษได้

บริโภคไขมันทรานส์

ถ้าคุณมีปริมาณคอเลสเตอรอลเกิน คุณอาจเคยได้ยินหมอแนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงไขมันทรานส์ ไขมันทรานส์เป็นตัวช่วยเพิ่มปริมาณคอเลสเตอรอลและ LDL  ขนมอบจำพวกเบเกอรี่ ขนบขบเคี้ยว ป๊อบคอร์น ของทอด เหล่านี้ล้วนมีไขมันทรานส์ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงหรือบริโภคให้น้อยลงเพื่อให้ตับไม่ต้องทำงานหนัก

 รับประทานอาหารเสริมหรือสมุนไพร

อาหารเสริมและสมุนไพรหากทานในปริมาณที่มากเกินไปก็สามารถเข้าไปทำอันตรายตับได้ ถึงบางอย่างจะเคลมว่าทำมาจากธรรมชาติล้วนๆ ก็ส่งผลเสียต่อตับได้ ตับมีหน้าที่กรองสารพิษ ถ้าอาหารเสริมหรือสมุนไพรที่คุณทานมีส่วนผสมที่ไม่ปลอดภัยก็จะทำให้ตับทำงานหนักขึ้น

ไม่ตรวจเช็กสุขภาพตับ

เรามักให้ความสำคัญกับหัวใจและคอเลสเตอรอล เวลาตรวจร่างกายก็จะเลือกโปรแกรมตรวจที่มีออปชั่นตรวจหัวใจและคอเลสเตอรอลด้วย จึงไม่ได้ให้ความสนใจต่อการตรวจสุขภาพตับ ทั้งที่จริงแล้วตับก็มีสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นเลย ลองไปเช็กดูบ้างว่าค่าตับของเราเป็นอย่างไร

 

วิธีขัดเงินเครื่องประดับ

 

สาวๆคงมีเครื่องประดับเครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลส มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นถ้าตัดสินใจซื้อมาใช้แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่าปล่อยให้มีคราบหมองดูไร้ราคาเด็ดขาดวันนี้เราจะพาไปดูของที่ใช้สำหรับช่วยขัดเครื่องเงินประดับของเราให้วยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอ

มะขามเปียก

เป็นวิธีทำความสะอาดเครื่องเงินกันมาแต่ดั้งเดิม โดยเริ่มจากนำเนื้อมะขามเปียกไปต้มในน้ำเปล่าให้พอเดือดแล้วยกลงจากเตา รอให้หายร้อนสักพัก แล้วค่อยนำเครื่องเงินที่มีคราบหมองลงไปแช่ในน้ำมะขามเปียกต้ม และใช้มะขามเปียกมาขัด ๆ ถู ๆ แช่ต่อไว้อีกสักพัก จากนั้นก็ล้างให้สะอาด

 โซดา

ความซ่าจนหยดสุดท้ายของน้ำโซดาสามารถกำจัดคราบหมองของเครื่องเงินได้ด้วย ก่อนอื่นผสมน้ำโซดากับน้ำส้มสายชูให้เข้ากัน แล้วนำเครื่องเงินมาแช่ทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้แห้งก็เป็นอันเสร็จค่ะ

ฟอยล์อะลูมิเนียม

ก่อนอื่นรองก้นภาชนะด้วยแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม จากนั้นเทน้ำ 1 ลิตร และเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ เอาไปต้มให้เดือด แล้วแช่เครื่องเงินหรือสเตนเลสทิ้งไว้ 10 วินาที หากนำขึ้นมาแล้วยังมีคราบหมองอยู่ ใช้เบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง ผสมกับน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ นำไปขัดคราบโดยตรง แล้วล้างออกพร้อมเช็ดให้แห้ง

ซอสมะเขือเทศ

ซอสมะเขือเทศก็ทำความสะอาดเครื่องเงินได้ ด้วยการทาซอสมะเขือเทศลงบนคราบหมอง ใช้ผ้าขนหนูขัดถูเบา ๆ จนคราบนั้นหายไป แต่ถ้าอยากให้เครื่องเงินเงางามเป็นประกาย ก็ให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วค่อยถูออก หรือจะใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขัด คราบก็จะออกง่ายขึ้น

เจลล้างมือ

เจลล้างมือที่เราพกติดตัวก็ช่วยได้ เพียงหยดเจลล้างมือลงบนผ้าขนหนูหรือฟองน้ำ แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ เครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลสที่มีคราบหมอง ให้คราบจางหายไป แล้วความเงาวับก็จะกลับมาแทนที่

น้ำมะนาวโซดา

น้ำมะนาวโซดาไม่ใช่เครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยทำความสะอาดคราบหมองบนเครื่องเงินได้ด้วย แค่นำเครื่องเงินไปแช่ในน้ำมะนาวโซดาสัก 1 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดก็นำขึ้นมาทำความสะอาด คราบก็จะหายไปอย่างเห็นได้ชัด

ยาสีฟัน

วิธีง่าย ๆ แบบนี้หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพียงแค่บีบยาสีฟันลงบนผ้าขนหนูสักเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ เครื่องเงินที่มีคราบหมอง แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาด ๆ เช็ดยาสีฟันออกให้เกลี้ยง เครื่องเงินก็จะกลับมาเงางามและน่าใช้งานอีกครั้ง

แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดคราบหมองให้หมดไป เริ่มจากผสมแอลกอฮอล์ 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 4 ส่วน ให้เข้ากันดี แล้วนำผ้าขนหนูชุบแล้วเช็ดทำความสะอาดตรงคราบหมองให้หายไป ความเงางามก็จะกลับมาอีกครั้ง

แอมโมเนีย

ยาสามัญที่มีติดบ้านอย่างแอมโมเนีย ก็ช่วยทำประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะทำความสะอาดเครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลสนี้เลยค่ะ แต่ต้องนำแอมโมเนีย ½ ถ้วยตวง มาผสมกับน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง จากนั้นนำเครื่องเงินหมอง ๆ มาแช่ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วนำขึ้นมาเช็ดทำความสะอาด คราบก็จะจางหายไป

น้ำส้มสายชู

ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูนี่แหละค่ะ ที่ช่วยทำความสะอาดคราบหมองที่เกาะกินเครื่องเงินได้ดี โดยนำน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง มาผสมกับเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเครื่องเงินมาแช่ไว้สัก 2-3 ชั่วโมง นำไปล้างทำความสะอาดในน้ำเย็น เครื่องเงินก็จะกลับมาเหมือนใหม่น่าใช้งานอีกครั้ง

น้ำมะนาว

ส่วนผสมในสูตรนี้ก็หาได้ไม่ยากเหมือนกัน เพียงแค่นำน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำเปล่า 1 ½ ถ้วยตวง และนมผงอีก ½ ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากันดี นำเครื่องเงินหมองๆ มาแช่ทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนจะนำมาเช็ดล้างให้สะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

เบกกิ้งโซดาและเกลือ

สูตรนี้อาจจะใช้อุปกรณ์เยอะหน่อย แต่ก็ได้ผลดีเลยล่ะ เริ่มจากนำแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียมรองก้นถ้วยเอาไว้ เทเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาลงไป ตามด้วยเกลือ 1 ช้อนชา และน้ำต้มเดือดอีก 1 ถ้วยตวง คนเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำเครื่องเงินลงไปแช่ไว้อย่างน้อย 30 วินาที หรืออาจจะมากกว่านั้นถ้ายังมีคราบหมองหลงเหลืออยู่ แล้วค่อยนำขึ้นมาทำความสะอาดปิดท้าย

ทั้งนี้ การทำความสะอาดเครื่องประดับเงิน สเตนเลส และของใช้ในบ้านที่เป็นโลหะ จะได้ผลดีอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของโลหะและปริมาณของคราบด้วยเช่นกัน บางอย่างอาจต้องทำความสะอาดซ้ำ แต่ถ้าไม่อยากใช้น้ำยาเคมีแรง ๆ ก็ลองนำวิธีของเราไปใช้กันดูนะคะ

กินวิตามินยังไงให้ขาว

สำหรับสาวๆที่รักสวยรักงามกันละก็ต้องมาฟังทางนี้สำหรับการทานวิตามินยังไงให้ขาวเราจะพาไปเรียนรู้ดูและศึกษาวิตามินกัน ไปดูกันได้เลยย

วิตามินซี (Vitamin C) ถือเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ โดยที่ร่างกายไม่สามารถสร้างได้เองค่ะ จำเป็นต้องรับจากอาหารเท่านั้น โดยอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีส่วนมากแล้วมักพบในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม ฝรั่ง มะนาว รวมถึงผักบางชนิดก็มีวิตามินซีอยู่เช่นเดียวกัน เช่น บร็อคโคลี มะเขือเทศ ผักโขม เป็นต้น

วิตามินซี นั้นช่วยสร้างเสริมให้ร่างกายในหลายๆ ด้าน ทั้งช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆ วิตามินซีถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยลดริ้วรอยบนผิวได้ นอกจากนี้ยังช่วยบำรุงผิวให้สุขภาพดีขึ้นและช่วยให้ขาวขึ้นได้หากมีการกินร่วมกับวิตามินตัวอื่นค่ะ ซึ่งวิตามินหรืออาหารเสริมที่ควรกินคู่กับวิตามินซีเพื่อการบำรุงผิวนั้น มีดังนี้ค่ะ

1. กินวิตามินซีคู่กับกลูต้าไธโอน

เมื่อเรากินวิตามินซีคู่กับกลูต้าไธโอนแล้วนั้น วิตามินซีจะเข้าไปช่วยกลูต้าไธโอนจับสารอนุมูลอิสระค่ะ ซึ่งส่งผลให้เรามีสุขภาพผิวที่ดีขึ้นและริ้วรอยลดลงได้ นอกจากนี้วิตามินซียังเข้าไปช่วยกระตุ้นให้กลูต้าไธโอนให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายผลิตเม็ดสีผิวเข้มลดลงและส่งผลให้เรามีผิวที่แลดูขาวขึ้นได้ค่ะ โดยวิธีการกินคู่กันคือ กลูต้าไธโอน 500 mg/วัน และวิตามินซี 1000 mg/วัน และแบ่งกิน 2 เวลาคือก่อนอาหารเช้า – เย็น กลูต้าไธโอน 250 mg/ครั้ง และวิตามินซี 500 mg/ครั้ง ส่วนสำหรับใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือรู้สึกแสบท้องได้ง่าย แนะนำให้กินวิตามินซีหลังอาหารส่วนกลูต้าไธโอนก็ให้กินก่อนอาหารเหมือนเดิมค่ะ

2. กินวิตามินซีคู่กับคอลลาเจน

วิตามินซีช่วยร่างกายให้ดูดซึมคอลลาเจนได้ดีขึ้นค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้วคอลลาเจนจะช่วยให้ผิวของเรามีความแข็งแรง ช่วยลดริ้วรอย นอกจากนี้คอลลาเจนยังช่วยบำรุงเส้นผมและเล็บให้แข็งแรงได้อีกด้วย การกินวิตามินซีคู่กับคอลลาเจนจึงเป็นการช่วยทำให้คอลลาเจนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยวิธีการกินเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดคือ กินก่อนอาหารเช่นเดียวกับการกินวิตามินซีคู่กับกลูต้าไธโอนค่ะ

ถึงแม้ วิตามินซี จะเป็นวิตามินที่ร่างกายได้รับตามธรรมชาติอยู่แล้วทุกวัน แต่การกินวิตามินซีในรูปแบบของอาหารเสริมก็ควรต้องได้คำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรนะคะ เนื่องจากการกินวิตามินต่างๆ เหล่านี้หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปและนานเกินไปก็มีโอกาสทำให้เราเสี่ยงกับโรคได้ค่ะ

 

ภูมิแพ้ กับ PM 2.5

ด้วยสภาวะบรรยากาศในโลกเราทั้งหม่นหมอง และมีแต่อันตรายมากมายทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมากวันนี้เราจะมาทำความรู้้จักกับอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อโรคภูมิแพ้ของเราเป็นอย่างมากคือฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากเพียง 2.5 ไมครอน ทำให้ฝุ่นนี้สามารถเข้าจมูกไปยังหลอดลมใหญ่จนถึงหลอดลมขนาดเล็กในปอดได้

ฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อโรคภูมิแพ้อย่างไร

  • ผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น มีอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหลมากขึ้น
  • ผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น มีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจติดขัด รวมถึงหายใจมีเสียงวี๊ดได้
  • ผลต่อระบบผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ผิวหนังอยู่เดิม จะทำให้เกิดอาการกำเริบ มีผื่นแดงขึ้นตามตัวมากขึ้นได้

 

วิธีการรักษา

  1. การล้างจมูก เพื่อเป็นการชะล้างเอาฝุ่น PM2.5 ที่เกาะอยู่บนผนังจมูกออกไป
  2. ควรใช้ยารักษาภูมิแพ้ที่รักษาอยู่เดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น  การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก หรือ การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นทางปากสำหรับโรคหอบหืด เป็นต้น
  3. ควรรีบไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม และเริ่มการรักษา

 

โปรแกรมสอนออนไลน์สำหรับครูยุคใหม่

ในช่วงยุคที่ต้องเรียนออนไลน์ เหล่าครูๆก็ต้องเปลี่ยนวิธีการสอนใหม่ ต่างก็ต้องหาตัวช่วยในการสอนที่จะทำให้การสอนของเราสะดวกสบายขึ้น วันนี้พวกเรานำ 5โปรแกรมสอนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมที่สุดมาให้ชมกัน จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

หน่วยศึกนิเทศก์ได้ทดสอบโปรแกรมยอดนิยม ทั้ง 5 โปรแกรมคือ

Microsoft Teams

ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอนแบบเต็มรูปแบบ มีการส่งงาน ส่งการบ้าน ครูตรวจงานให้คะแนน Video Call แชร์หน้าจอกันได้ โดยทั้งหมดจะถูกบันทึกไว้ สามารถเข้ามาชมหรือดูข้อมูลย้อนหลังได้ จะใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือก็ได้ หากต้องการใช้ในการเรียนการสอน โปรแกรมตัวนี้ เหมาะสมอย่างยิ่ง

Google Hangouts Meet

ใช้สำหรับการประชุมจะดีมาก เนื่องจากใช้ bandwidth (ทรัพยากรอินเทอร์เน็ต) น้อย มีเมนูน้อย ทำให้ผู้ใช้งานไม่สับสน สามารถ Video Call แชร์หน้าจอกันได้ สามารถบันทึก Video ขณะประชุมได้ ผู้ใช้สามารถใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือก็ได้ (หากผู้สร้างห้องใช้ Gmail จะเป็น Hangouts จะ Call ได้แค่ 25 คน หากผู้สร้างห้องใช้ G suit จะเป็น Hangouts Meet สามารถ Call ได้ มากถึง 250 คน) เมื่อสิ้นสุดการประชุม ระบบจะส่ง ประวัติการสนทนา และ Video ที่บันทึก ไปยัง Email

Zoom Cloud Meetings

เหมาะสำหรับการจัดการเรียนการสอนใน แต่จะไม่สามารถมอบหมายงาน ส่งงาน ส่งการบ้าน ตรวจงานให้คะแนน ไม่สามารถมาดูย้อนหลังได้ แต่สามารถ VDO Call แชร์หน้าจอกันได้ จะใช้ในเครื่อง PC หรือ โหลด App บนมือถือก็ได้

Line

เป็น Application ที่ทุกคนค่อนข้าง คุ้นเคย สามารถ Video Call ได้ คุยงาน แชทกันได้ ส่งงานกันได้ในกลุ่ม ใช้งานง่าย แต่อย่างไรก็ตาม เหมาะสำหรับแชดคุยกันส่งข้อความ ประกาศข่าวสำคัญเร่งด่วน จะดีที่สุด

Facebook Live

เป็น อีก Application ที่หลายคนคุ้นเคย โดยการสร้างกลุ่มไว้ ให้ผู้เรียนเข้ามาในกลุ่ม จากนั้น ผู้สอนทำกิจกรรมภายในกลุ่ม Live สอน หรือมอบหมายงาน ในกลุ่ม สิ่งที่พูดคุยกัน Video ไฟล์ง่านต่าง ๆ ผู้เรียนสามารถมาดูย้อนหลังได้ โดยเฉพาะ ปัจจุบัน Facebook Group มีฟังก์ชั้นในการสร้างหน่วยการเรียนรู้ได้ ซึ่งสะดวกต่อการจัดหมวดหมู่ เนื้อหาที่สอนได้

แต่ละโปรแกรมมีข้อดีที่แตกต่างกัน อยู่ที่ผู้ใช้จะนำไปประยุกต์ใช้ และเป็นที่ทราบกันดีว่า การจัดการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษานั้น เน้นไปที่การที่ต้องลงมือปฏิบัติจริง ทำจริง ดังนั้นคุณครูผู้สอนจึงต้องประยุกต์ใช้ โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ต่าง ๆ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การสอนออนไลน์อาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากในตอนนี้ แต่ถ้าเราฝึกใช้ไป ไม่นานก็จะสามารถใช้มันได้อย่างคล่องแคล่วแน่นอน

 

เทคนิคการตกปลาหมึกทะเล

กิจกรรมทางทะเลตกปลาแล้วการตกหมึกก็เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พอตกขึ้นมาได้สดๆแล้วก็นำมาทำเป็นอาหารทานได้เลย ทั้งนี้การตกปลาหมึกให้ได้ง่ายนั้นมีเทคนิคการตกปลาหมึก จะมีวิธีการยังไงนั้นมาอ่านกันเลย

การตกปลาหมึกในตอนกลางคืน จะต้องทำการดูข้างขึ้นข้างแรมเป็นอันดับแรกด้วย ยิ่งข้างขึ้นมากๆ ยิ่งตกปลาหมึกได้ดี กุ้งปลอมที่ใช้ในการตกหมึกมี สีส้ม สีเขียวตอง สีขาวหัวแดง  สีชมพู เป็นต้น ส่วนข้างแรมหรือเดือนมืด ก็สามารถตกปลาหมึกได้แต่น้อยกว่าข้างขึ้น อีกทั้งยังต้องใช้กุ้งเรืองแสงในการตกอีกด้วย รวมทั้งสถานที่มีไฟส่อง หรือสปอร์ทไลท์ ก็ทำให้ตกได้ดีขึ้นมาก เพราะปลาหมึกจะมาหากินใกล้ไฟ

เทคนิคการเลือกซื้อเหยื่อล่อหมึก

ใช้กุ้งขนาดมาตรฐานทั่วไป สำหรับการตกปลาหมึกขนาดเล็ก ถึงขนาดไม่เกินครึ่งกิโล ใช้กุ้งขนาดเบอร์ 3 และ 3.5 สำหรับปลาหมึกขนาดใหญ่ ใช้กุ้งขนาด 3.5 ขึ้นไป เช่น เบอร์ 4 หรือเบอร์ 5

ส่วนเหยื่อที่เป็นกุ้งปลอม มีหลายหลายแบบหลายราคา ตั้งแต่ตัวละสิบกว่าบาทยันตัวละเป็นพันตามเกรด

นอกจากนี้ยังมีเหยื่ออีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โยทะกา เป็นเหยื่อปลอมชนิดหนึ่งใช้ในการตกหมึก ลักษณะ เป็นแท่งมีตะขอซี่ๆบานออกมา แต่ไม่แหลมคมเหมือนเบ็ดตกปลา

สีของเหยื่อล่อหมึก

สีเขียวตองหลังส้ม สีเขียวตอง สีชมพู ส่วนสีที่ใช้สำหรับตกเดือนมืดจะเป็นสีอะไรก็ได้แต่ต้องเรืองแสง

การตกปลาหมึกคล้ายกับการตีเหยื่อปลอมในการตกปลานั่นเอง คือ ต้องตีเหยื่อไปเรื่อยๆ อย่าตีอยู่กับที่นานๆ เดินเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ โดยปลาหมึกมักจะอยู่เป็นฝูง ถ้าเจอที่ถูกจุดก็สามารถตกได้มากกว่า 1 ตัว

การตกปลาหมึกหอม

การตกปลาหมึกหอม จะนิยมใช้กุ้งปลอม ขนาดของเหยื่อแล้วแต่สถานที่ เช่นหากปลาหมึกตัวใหญ่ก็ใช้กุ้งตัวใหญ่

ถ้าปลาหมึกตัวเล็กก็ใช้กุ้งตัวเล็ก วิธีตกคือ เหวี่ยงกุ้งปลอมไปไกลๆ แล้วลากเข้ามาอย่างช้าๆ โดยกระตุกเป็นจังหวะ ช้าบ้างเร็วบ้าง จนปลาหมึกกินเบ็ด

ปลาหมึกกล้วยหรือปลาหมึกหลอด

ให้ใช้ โยทะกา ขนาดและสีก็ตามความชอบของปลาหมึกในถิ่นนั้นๆ ว่าชอบแบบไหน วิธีตกส่วนมากจะตกตามแนวดิ่ง สามารถตกได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเช่นกัน แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืน ใช้การเปิดไฟสว่างล่อ และโยก โยทะกา ขึ้นๆ ลงๆ จะจับได้ง่าย

ปลาหมึกกระดอง

ส่วนมากจะใช้ โยทะกา แบบเหล็กเส้นที่มีแง่เหล็กอยู่ด้านล่าง เอามาเสียบเหยื่อล่อตามขนาดของเหล็ก ต่อมาปล่อยสายรอกให้ถึงพื้น ปรับระดับให้ตึง กะระยะพอให้ปลาหมึกดึงได้ เมื่อปลาหมึกกินเหยื่อก็ดึงขึ้นมาอย่าให้สายหย่อนเป็นอันขาด

นี่คือเทคนิคการตกปลาหมึกในเบื้องต้นเล็กๆน้อยๆสำหรับมือใหม่หัดตก การจะตกหมึกนั้นนอกจากจะเตรียมวัสดุอุปกรณ์แล้วการเลือกทำเลและสภาพอากาศในการออกไปตกหมึกจะช่วยทำให้คุณสามารถออกไปตกหมึกได้อย่าสงสนุกสนานและได้ปลาหมึกกลับมาแน่นนอน

 

 สถานที่ ขอเนื้อคู่    

คนโสดทั้งหลายที่อยากจะมี เนื้อคู่กับเขาเสียที เบื่อแล้วความโสด ด้วยพิกัดวัดดังในเมืองไทยและเอเชีย ที่เขาว่ากันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนโสดไปขอความรักมักจะได้เจอเนื้อคู่สมดั่งปรารถนา ว่าแต่จะมีวัดไหนดัง ที่ไหนดี และต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

พระตรีมูรติ  หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คนไทยคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะพระตรีมูรติเป็นเทพแห่งความรักที่มีชื่อเสียงมาก ในทุกวันจะมีคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาขอเนื้อคู่กันไม่เคยขาดสาย ซึ่งท่านก็ทำให้คนที่ศรัทธาและตั้งใจมาขอจริงๆ สมหวังในด้านความรักกันมาแล้วมากมาย

วิธีการขอพร :  จริงๆ เราสามารถไปไหว้ได้ทุกวัน แต่เขาว่ากันว่าฤกษ์ดีที่สุดในการขอความรักจากพระตรีมูรติก็คือ วันพฤหัสบดี เวลา 9.30 น. และ 21.30 น. โดยใช้เครื่องสักการะสีแดง ได้แก่ ธูปแดง 9 ดอก, เทียนแดง 1 เล่ม, น้ำแดง 1 ขวดและกุหลาบแดง 9 ดอก ทั้งหมดนี้จะมีขายอยู่บริเวณทางขึ้น หากขอเนื้อคู่ แล้วสมหวัง อย่าลืมนำของมาถวายท่านด้วยนะคะ เช่น มะพร้าว น้ำอ้อย นมสด ของหวานต่างๆ แต่ห้ามถวายอาหารคาวทุกชนิด

พระแม่ลักษมี  ดาดฟ้าชั้น 4 เกสรวิลเลจ

หลายคนอาจจะอาจไม่รู้ว่านอกจากหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะมี “พระตรีมูรติ” ที่คนโสดนิยมไปขอความรักแล้ว ไม่ไกลกัน ยังมี พระแม่ลักษมีซึ่งตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 4 ของห้างเกสรวิลเลจ ด้วยอีกที่หนึ่งที่หลายคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน โดยตามความเชื่อ พระแม่ลักษมี หรือพระมหาลักษมี เป็นชายาของพระนารายณ์ มีกำเนิดจากมหาสมุทร เป็นมหาเทวีแห่งความร่ำรวย โชคชะตา ความรัก ความงาม ความอุดมสมบูรณ์ คนที่มาสักการบูชาพระแม่ลักษมีจะได้พบกับรักแท้

วิธีการขอพร :  ให้เตรียมธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ และดอกบัวสีชมพูไปไหว้ขอพรกับพระแม่ลักษมีได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 -18.00 น.โดยเริ่มจากสวดนะโม 3 จบก่อน ตามด้วยบทสวดบูชาองค์พระแม่ลักษมี ซึ่งจะมีให้ไว้ด้านหน้า จากนั้นก็ บอกชื่อ นามสกุลตัวเองตามด้วยพรที่เราอยากจะขอ และเมื่อขอเสร็จแล้ว อย่าลืมเดินวนรอบพร้อมกับอธิษฐานถึงพรที่ขอไปด้วยนะคะ เพื่อให้ท่านเห็นเราครบทั้ง 4 ทิศ

วัดหวังต้าเซียน ฮ่องกง

วัดหวังต้าเซียน ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่โด่งดังมากๆ เขาว่ากันว่าใครไปขอจะได้เจอเนื้อคู่ทุกราย เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ “เทพเจ้าด้ายแดง” หรือเทพเจ้าหยกโหลว หรือที่คนจีนเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งความรักที่จะผู้ด้ายแดงให้คนสองคนที่เป็นเนื้อคู่กันได้เจอกันและแต่งงานกันนั้นเอง ดังนั้นการขอเนื้อคู่จากเทพเจ้าแห่งความรักองค์นี้ก็คือ คนโสดจะต้องผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วก่อนจะขอพรให้เจอเนื้อคู่ ส่วนคนมีคู่ ก็สามารถขอพรช่วยทำให้มีรักมั่นคงและยืนยาวได้ด้วย

วิธีการขอพร

ผู้หญิง  ให้ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปทางรูปปั้นเจ้าสาว ให้ไปอธิษฐานขอคู่ที่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั้นเจ้าบ่าว ใช้มือลูบที่เท้าเจ้าบ่าว 3 ครั้ง โดยที่มือที่ทำเป็นรูปตามป้ายห้ามคลายเด็ดขาด หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ แล้วใช้ด้ายแดงผูกไว้ที่เชือก เป็นอันเสร็จขั้นตอน

ผู้ชาย  ให้ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั่นเจ้าบ่าว ให้ไปอธิษฐานขอคู่ที่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว ใช้มือลูบที่เท้าเจ้าสาว 3 ครั้ง โดยที่มือที่ทำเป็นรูปตามป้ายห้ามคลายเด็ดขาด หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ แล้วใช้ด้ายแดงผูกไว้ที่เชือก เป็นอันเสร็จขั้นตอน

 

ทาสการตลาด

 

ปัจจุบันกระแสการช้อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะกดผ่านเว็บไซต์หรือผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ เพราะสะดวกสบาย แถมยังตอบโจทย์ความต้องการในหลายรูปแบบ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านต่างๆ และสินค้าทั่วไป สั่งกันสนุกสนาน

นอกจากนี้แล้ว การช้อปออนไลน์ยังมีสิ่งที่เรียกว่า โปรโมชั่นและดีลเด็ดราคาที่ถูกกว่าเดิม แต่รู้หรือไม่ว่าคุณกำลังตกเป็นทาสการตลาดโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเผลอใจกดจ่ายเพลินไปมากกว่านี้ เราต้องรู้ให้ทันว่าที่จะซื้อมาเนี่ยคุ้มหรือไม่

จัดแคมเปญทุกเดือน

อย่างที่นักช้อปออนไลน์หลายคนต่างพากันเฝ้ารอกันทุกเดือน ลดจัดหนักจัดเต็มกันตั้งแต่วันแรกของปี ซึ่งเราต่างก็ไม่ทันได้เอะใจกันสักเท่าไร ลดราคาได้ทุกเดือนก็ยิ่งดี แต่ถ้ามาคำนวณดูดี ๆ จะพบว่าเงินเดือนเราถูกแบ่งมาจ่ายค่าช้อปออนไลน์ตรงนี้ทุกเดือน แถมช่วงรอยต่อปลายปีเก่ากับต้นปีใหม่ก็ห่างกันแค่ไม่กี่วัน ลองคิดเล่นๆ ดูว่าถ้าเราช้อปทุกเดือน มันจะไม่จบแค่ทุกเดือน แต่จะกลายเป็นทุกปีแทน

เก็บ code ส่วนลด

การเก็บ code ส่วนลด เป็นอีกหนึ่งอย่างที่หลอกล่อจูงใจเราได้เป็นอย่างดี ช้อปครั้งนี้ จะได้ส่วนลดไว้ช้อปครั้งหน้า ไหนๆ เดือนหน้าก็ต้องช้อปอยู่แล้ว ก็ซื้อให้ครบแล้วเก็บเอา code ไปใช้เดือนหน้าซะเลยสิ สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นวงจรไม่จบไม่สิ้น

ลดกระหน่ำ

ธรรมชาติของ ของ SALE ก็จูงใจให้คนตัดสินใจซื้อได้อยู่แล้ว ยิ่งมาเจอคำว่า ลดกระหน่ำ พร้อมกับเส้นสีแดงขีดฆ่าราคาที่ขายปกติ ก็ยิ่งกระตุ้นความอยากได้อยากมีเข้าไปกันใหญ่ ถ้าพลาดครั้งนี้ล่ะก็ ครั้งหน้าก็ต้องจ่ายราคาเต็มสิ ในเมื่อของมันต้องมีก็ซื้อเลยแล้วกัน อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากมี แถมลดราคาอีกต่างหาก เลือกไปเลือกมากลายเป็นว่าของเต็มตะกร้า จ่ายกันสนุกสนานไปเลย

ข้อจำกัดด้านเวลา

ถ้าแบ่งเป็นช่วงต้นปี กลางปี และปลายปี จะมีโปรโมชั่นล่อก็คือ ช่วงเวลาพิเศษของปีอย่าง เมื่อเป็นช่วงเวลาที่คนรู้สึกว่ามันพิเศษ ก็ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น รวมถึงการจำกัดเวลาแบบนับ countdown ว่าลดแค่วันที่ถึงวันที่ ตอนนี้เหลืออีกชั่วโมง จะหมดช่วงลดราคา ก็ยิ่งกดดันให้คนต้องตัดสินใจซื้อเดี๋ยวนั้น กดจ่ายกันจ้าละหวั่นกลัวไม่ทันเวลาโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอีกที

เอาราคามาล่อ

สำหรับบางช่วงหรือบางร้านจะมีโปรโมชั่น ล่อตาล่อใจกันขนาดนี้ใครจะกล้าพลาด เพราะหลายคนมีความคิดว่าค่าส่งนั้นแพง ซื้อน้อยชิ้นก็ไม่คุ้มกับค่าส่ง ไหนๆ ซื้อกี่ชิ้นก็ค่าส่งเท่าเดิม สู้ซื้อให้คุ้มกับค่าส่งไปเลยไม่ดีกว่าหรือ หรือแค่เพิ่มเงินอีกไม่กี่บาทก็ได้ส่วนลดแล้ว หรือแค่ซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อยก็มีส่งฟรีอีก ท้ายที่สุดก็กดซื้อมาโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ไหมด้วยซ้ำ

ก่อนจะใช้จ่ายอะไรควรคิดให้รอบครอบจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่่อการตลาดยังไงล่ะ