Home » entertainment » รีวิวหนังเรื่อง Fury (วันปถพีเดือด) ปี 2014

รีวิวหนังเรื่อง Fury (วันปถพีเดือด) ปี 2014

หนึ่งในรูปภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 2014 หนังใหม่ชนโรง พื้นที่ค่ายทุ่มทุนสร้างกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา และก็ยังสร้างขึ้นมาจากโครงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 จากเรื่องราวการประจันหน้ากันระหว่างกองกำลังทหารจากสหรัฐอเมริกาและก็ทหารเยอรมัน หนังหัวข้อนี้เดือดสมชื่อแถมยังได้ดาราระดับแถวหน้าของฮอลีวูดมาร่วมแสดงกันอีกผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ด้วยเหตุดังกล่าวไม่ต้องเอ๋ยถึงรายได้เพราะปัดกวาดไปได้ถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกากันอย่างยิ่งจริงๆ

หนัง
เรื่องย่อมีอยู่ว่า ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วงเวลาที่กองกำลังทหารจากฝ่ายสัมพันธมิตรจากสหรัฐอเมริกาได้มานะบุกในเมืองเบอร์ลิน แต่ว่าในเมืองมีกองกำลังคุ้มครองอย่างแน่นหนามากมายกระทั่งกองทหารสหรัฐอเมริกาไม่สามารถที่จะทะลวงเข้าไปได้ ไหนจะยอดเยี่ยมรถถังอย่าง ไทเทอร์” ที่หนักแน่นมากมายจนถึงยากจะจัดการให้ทางกองกำลังสหรัฐอเมริกาจำเป็นต้องสูญเสียหน่วยรถถังของตนไปๆมาๆถึง 90% หนึ่งในทหารที่จำต้องบวงสรวงชีวิตไปนั้นเป็นพวกคนหนึ่งในกลุ่มรถถังที่ชื่อว่า “Fury” การสุญเสียดัขี้เหนียวล่าวทำให้หัวหน้าทีมอย่างนายสิบวัวลลิเยร์ต้องรับสมาชิกกลุ่มคนใหม่ที่เป็นทหารไม่มีประสบการณ์อย่าง นอร์แมน” เข้ามาร่วมกลุ่มด้วย ซึ่งนอร์แมนเองเกือบจะไม่แตกต่างจากการเช็ดโยนเข้าสนามรบเลย ด้วยเหตุดังกล่าวนอกเหนือจากที่เขาจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจความโหดร้ายทารุณของการสู้รบในแบบที่ไม่เคยพบเห็นแล้ว ยังจะต้องประจันหน้ากับความอึดอัดจากการไม่รับของสมาชิกกลุ่มบางบุคคลแถมยังจะต้องพบกับบททดลองในการพัฒนาไปสู่การเป็นทหารที่มีคุณภาพด้วยจากหัวหน้าทีมของเขาด้วย สำหรับในการบุกเบอร์ลินคราวนี้ สหรัฐอเมริกาจะต้องพึ่งหน่วยรถถังอย่าง “Fury” เพื่อทะลวงเข้าไปในใจกึ่งกลางจุดยุทธศาสตร์ของการรบให้ได้ แล้วเหล่าทหารทั้งยัง จะเป็นยังไง จะฝ่าวงล้อมสุดหนักแน่นจากรถถังไทเทอร์ไปได้หรือเปล่า การรบคราวนี้จะแปรไปในแนวทางใด ไปติดตามดูกันต่อได้ในรูปภาพยนตร์จ้ะ
สำหรับรีวิวจำเป็นต้องกล่าวว่าขั้นแรกหนังจะมองเนือยๆบางส่วน นักแสดงดูเหมือนจะตายยากนิดหน่อยในขณะที่มองจากสิ่งแวดล้อมก็คงจะตายไปนานสุดแท้แต่ก็รอดกันมาจนได้ บรรยากาศของหนังจะออกเทาเมื่อผสมกับโทนของภาพก็ทำให้ได้อารมณ์ของการทำสงครามได้อย่างดีเยี่ยม ผู้แสดงรู้สึกบีบคั้นหรือฮึกเหิมยังไง ผู้ชมก็สามารถรู้สึกได้เหมือนกัน เว้นแต่ภาพความกลัดกลุ้มในสถานการณ์การศึกแล้วยังได้มองเห็นความเกี่ยวพันของนักแสดงอีกด้วย ในส่วนของฉากแอคชั่นนั้น ตัวหนังทำออกมาได้สาแก่ใจดีเยี่ยม เดือดแล้วก็สนุกระห่ำยอดเยี่ยม คนไหนกันแน่ที่ถูกใจดูหนังการศึกมันแต่ว่ารังเกียจความดราม่าหรือความเหี้ยมโหดแบบการศึกมากสักเท่าไรนัก(อย่าง Lone survivor หรือ 13 Hours : The secret soldiers of banghazi) คงจะถูกใจหัวข้อนี้จ้ะ