วิธีบริหารเงิน

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายคงอยากจะเรียนรู้วิธีการบริหารเงิน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันให้ได้ดี จะได้เหลือเงินเก็บแบ่งเงินใช้ได้อย่างไม่ขัดสน วันนี้เราจะพาไปดูวิธีบริหารเงินเดือนกันดีกว่าว่าเป็นอย่างไร

ขั้นตอนในการบริหารเงินเดือน

       วางแผนก่อนแล้วค่อยใช้เงิน

คือการที่คุณเริ่มตั้งเป้าหมายของการใช้เงิน ก่อนที่จะนำเงินส่วนนั้นไปใช้ค่ะ ก่อนอื่นเลยคุณควรเริ่มเปลี่ยนความคิดในตอนแรกที่ว่า การใช้จ่ายก่อน แล้วเหลือเท่าไรค่อยเก็บ นั่นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมากค่ะ เพราะเท่ากับว่า คุณจะไม่เหลือเงินเก็บเลย เพราะในแต่ละวันคุณก็ต้องมีความจำเป็นที่จะใช้จ่ายอย่างแน่นอน เมื่อเห็นเงินในกระเป๋าเหลือ ซึ่งเป็นนิสัยของมนุษย์เราอยู่แล้วค่ะ ยิ่งมีเงินมาก ก็ยิ่งใช้มากนั่นเอง การวางแผนให้มีเงินเก็บ เมื่อคุณรับเงินเดือนมา ควรทำการแยกบัญชีให้ชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถเก็บเงินจำนวนหนึ่งได้อย่างเต็มที่ค่ะ การแบ่งเงินออกไปตามความจำเป็น คุณสามารถแยกเงินออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ

เริ่มจากส่วนแรก ควรแยกไว้ประมาณ 40% ค่ะสำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น อย่างเช่น ค่าเช่าบ้าน ผ่อนรถ ค่าน้ำ ค่าไฟ และอื่น ๆ ที่คุณจำเป็นต้องจ่ายถ้าไม่จ่ายแล้วไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

ส่วนที่ 2 ก็แยกไว้ 40% เป็นค่าใช้จ่ายประจำวัน ที่คุณสามารถใช้จ่ายได้ตลอดทั้งเดือน

และอีก 20% ที่เหลือ คุณก็เก็บเอาไว้เป็นเงินออมไม่ควรนำมาใช้ คุณสามารถใช้ได้ในอนาคตเท่านั้น หรือไม่ก็นำไปลงทุน ก็จะทำให้เงินส่วนนี้มีเพิ่มมากขึ้น แต่คุณก็ห้ามนำเงินส่วนนี้ไปใช้โดยเด็ดขาดค่ะ ควรมีวินัยในการใช้จ่ายให้มาก ๆ เพื่อจำนวนเงินออมของคุณจะได้เพิ่มพูนขึ้น

ไม่ควรมีหนี้ หรือมีหนี้ให้น้อยที่สุด

เพราะนอกจากการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว การไม่มีนี้ก็ถือเป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่งด้วยค่ะ ผู้ที่ทำงานได้รับเป็นรายเดือนส่วนมากมักเจอกับปัญหาของเงินไม่พอใช้ เมื่อไม่พอใช้แล้วจะหาทางออกโดยการไปกู้หนี้ ยืมสินอีก ก็จะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น เพราะนอกจากคุณจะจ่ายเงินต้นคืนให้แล้ว คุณยังต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มให้เขาไปอีกด้วยนี้ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่คุณไม่สามารถมีเงินเก็บไปเลยค่ะ แต่หากคุณมีหนี้อยู่แล้ว คุณสามารถที่จะนำเงินที่คุณแยกไว้ใช้ประจำวันมาแยกย่อมเพื่อจ่ายหนี้ส่วนนี้ได้อีกด้วย แต่คุณอาจจะมีเงินใช้ต่อวันน้อยลงตามไปด้วยนะคะ

อย่างไรก็ตามการออมเงินของคุณจะสามารถประสบผลสำเร็จได้ก็ขึ้นอยู่กับวินัยส่วนตัวของคุณค่ะ ผู้อื่นไม่สามารถเข้าไปยุ่งหรือวุ่นวายได้ เราได้แค่แนะนำให้ผู้ที่อาจจะไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง แต่คุณจะทำได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับตัวของคุณเองทั้งนั้น เราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะสามารถทำได้เหมือนกันค่ะ

เพียงเท่านี้คุณก็สามารถบริหารจัดการเงินเดือนที่คุณรับต่อเดือนได้อย่างสบายใจแล้วล่ะค่ะ สิ่งที่ต้องระวัง ก็คือความมีวินัยในการใช้จ่ายเงินของคุณ ไม่ควรที่จะซื้อของที่ฟุ่มเฟือยไม่มีประโยชน์หรือไม่จำเป็นต้องซื้อ คุณก็จะสามารถมีเงินเก็บได้ตามที่คุณตั้งเป้าเอาไว้แล้วล่ะค่ะ

 

 

วิธีขัดเงินเครื่องประดับ

 

สาวๆคงมีเครื่องประดับเครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลส มีราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นถ้าตัดสินใจซื้อมาใช้แล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า อย่าปล่อยให้มีคราบหมองดูไร้ราคาเด็ดขาดวันนี้เราจะพาไปดูของที่ใช้สำหรับช่วยขัดเครื่องเงินประดับของเราให้วยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอ

มะขามเปียก

เป็นวิธีทำความสะอาดเครื่องเงินกันมาแต่ดั้งเดิม โดยเริ่มจากนำเนื้อมะขามเปียกไปต้มในน้ำเปล่าให้พอเดือดแล้วยกลงจากเตา รอให้หายร้อนสักพัก แล้วค่อยนำเครื่องเงินที่มีคราบหมองลงไปแช่ในน้ำมะขามเปียกต้ม และใช้มะขามเปียกมาขัด ๆ ถู ๆ แช่ต่อไว้อีกสักพัก จากนั้นก็ล้างให้สะอาด

 โซดา

ความซ่าจนหยดสุดท้ายของน้ำโซดาสามารถกำจัดคราบหมองของเครื่องเงินได้ด้วย ก่อนอื่นผสมน้ำโซดากับน้ำส้มสายชูให้เข้ากัน แล้วนำเครื่องเงินมาแช่ทิ้งไว้สักพัก หลังจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ๆ ใช้ผ้าขนหนูเช็ดให้แห้งก็เป็นอันเสร็จค่ะ

ฟอยล์อะลูมิเนียม

ก่อนอื่นรองก้นภาชนะด้วยแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียม จากนั้นเทน้ำ 1 ลิตร และเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ เอาไปต้มให้เดือด แล้วแช่เครื่องเงินหรือสเตนเลสทิ้งไว้ 10 วินาที หากนำขึ้นมาแล้วยังมีคราบหมองอยู่ ใช้เบกกิ้งโซดา ¼ ถ้วยตวง ผสมกับน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ นำไปขัดคราบโดยตรง แล้วล้างออกพร้อมเช็ดให้แห้ง

ซอสมะเขือเทศ

ซอสมะเขือเทศก็ทำความสะอาดเครื่องเงินได้ ด้วยการทาซอสมะเขือเทศลงบนคราบหมอง ใช้ผ้าขนหนูขัดถูเบา ๆ จนคราบนั้นหายไป แต่ถ้าอยากให้เครื่องเงินเงางามเป็นประกาย ก็ให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วค่อยถูออก หรือจะใช้แปรงสีฟันเก่าช่วยขัด คราบก็จะออกง่ายขึ้น

เจลล้างมือ

เจลล้างมือที่เราพกติดตัวก็ช่วยได้ เพียงหยดเจลล้างมือลงบนผ้าขนหนูหรือฟองน้ำ แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ เครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลสที่มีคราบหมอง ให้คราบจางหายไป แล้วความเงาวับก็จะกลับมาแทนที่

น้ำมะนาวโซดา

น้ำมะนาวโซดาไม่ใช่เครื่องดื่มที่ช่วยดับกระหายได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยทำความสะอาดคราบหมองบนเครื่องเงินได้ด้วย แค่นำเครื่องเงินไปแช่ในน้ำมะนาวโซดาสัก 1 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดก็นำขึ้นมาทำความสะอาด คราบก็จะหายไปอย่างเห็นได้ชัด

ยาสีฟัน

วิธีง่าย ๆ แบบนี้หลายคนคงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพียงแค่บีบยาสีฟันลงบนผ้าขนหนูสักเล็กน้อย แล้วนำไปขัด ๆ ถู ๆ เครื่องเงินที่มีคราบหมอง แล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาด ๆ เช็ดยาสีฟันออกให้เกลี้ยง เครื่องเงินก็จะกลับมาเงางามและน่าใช้งานอีกครั้ง

แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการกำจัดคราบหมองให้หมดไป เริ่มจากผสมแอลกอฮอล์ 1 ส่วน ต่อน้ำเปล่า 4 ส่วน ให้เข้ากันดี แล้วนำผ้าขนหนูชุบแล้วเช็ดทำความสะอาดตรงคราบหมองให้หายไป ความเงางามก็จะกลับมาอีกครั้ง

แอมโมเนีย

ยาสามัญที่มีติดบ้านอย่างแอมโมเนีย ก็ช่วยทำประโยชน์ได้หลายอย่าง โดยเฉพาะทำความสะอาดเครื่องเงิน โลหะ และสเตนเลสนี้เลยค่ะ แต่ต้องนำแอมโมเนีย ½ ถ้วยตวง มาผสมกับน้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง จากนั้นนำเครื่องเงินหมอง ๆ มาแช่ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วนำขึ้นมาเช็ดทำความสะอาด คราบก็จะจางหายไป

น้ำส้มสายชู

ความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูนี่แหละค่ะ ที่ช่วยทำความสะอาดคราบหมองที่เกาะกินเครื่องเงินได้ดี โดยนำน้ำส้มสายชู ½ ถ้วยตวง มาผสมกับเบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ แล้วนำเครื่องเงินมาแช่ไว้สัก 2-3 ชั่วโมง นำไปล้างทำความสะอาดในน้ำเย็น เครื่องเงินก็จะกลับมาเหมือนใหม่น่าใช้งานอีกครั้ง

น้ำมะนาว

ส่วนผสมในสูตรนี้ก็หาได้ไม่ยากเหมือนกัน เพียงแค่นำน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ มาผสมกับน้ำเปล่า 1 ½ ถ้วยตวง และนมผงอีก ½ ช้อนโต๊ะ ให้เข้ากันดี นำเครื่องเงินหมองๆ มาแช่ทิ้งไว้ 1 คืน ก่อนจะนำมาเช็ดล้างให้สะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

เบกกิ้งโซดาและเกลือ

สูตรนี้อาจจะใช้อุปกรณ์เยอะหน่อย แต่ก็ได้ผลดีเลยล่ะ เริ่มจากนำแผ่นฟอยล์อะลูมิเนียมรองก้นถ้วยเอาไว้ เทเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาลงไป ตามด้วยเกลือ 1 ช้อนชา และน้ำต้มเดือดอีก 1 ถ้วยตวง คนเบา ๆ ให้ส่วนผสมเข้ากัน แล้วนำเครื่องเงินลงไปแช่ไว้อย่างน้อย 30 วินาที หรืออาจจะมากกว่านั้นถ้ายังมีคราบหมองหลงเหลืออยู่ แล้วค่อยนำขึ้นมาทำความสะอาดปิดท้าย

ทั้งนี้ การทำความสะอาดเครื่องประดับเงิน สเตนเลส และของใช้ในบ้านที่เป็นโลหะ จะได้ผลดีอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับชนิดของโลหะและปริมาณของคราบด้วยเช่นกัน บางอย่างอาจต้องทำความสะอาดซ้ำ แต่ถ้าไม่อยากใช้น้ำยาเคมีแรง ๆ ก็ลองนำวิธีของเราไปใช้กันดูนะคะ

ภูมิแพ้ กับ PM 2.5

ด้วยสภาวะบรรยากาศในโลกเราทั้งหม่นหมอง และมีแต่อันตรายมากมายทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราเป็นอย่างมากวันนี้เราจะมาทำความรู้้จักกับอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อโรคภูมิแพ้ของเราเป็นอย่างมากคือฝุ่น PM 2.5 คือฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากเพียง 2.5 ไมครอน ทำให้ฝุ่นนี้สามารถเข้าจมูกไปยังหลอดลมใหญ่จนถึงหลอดลมขนาดเล็กในปอดได้

ฝุ่น PM 2.5 มีผลต่อโรคภูมิแพ้อย่างไร

  • ผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น มีอาการคัดจมูก จาม น้ำมูกไหลมากขึ้น
  • ผลต่อระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง เช่น มีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจหอบเหนื่อย หายใจติดขัด รวมถึงหายใจมีเสียงวี๊ดได้
  • ผลต่อระบบผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคภูมิแพ้ผิวหนังอยู่เดิม จะทำให้เกิดอาการกำเริบ มีผื่นแดงขึ้นตามตัวมากขึ้นได้

 

วิธีการรักษา

  1. การล้างจมูก เพื่อเป็นการชะล้างเอาฝุ่น PM2.5 ที่เกาะอยู่บนผนังจมูกออกไป
  2. ควรใช้ยารักษาภูมิแพ้ที่รักษาอยู่เดิมอย่างต่อเนื่อง เช่น  การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นจมูกสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางจมูก หรือ การใช้ยาสเตียรอยด์พ่นทางปากสำหรับโรคหอบหืด เป็นต้น
  3. ควรรีบไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติดังกล่าว เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม และเริ่มการรักษา

 

เทคนิคการตกปลาหมึกทะเล

กิจกรรมทางทะเลตกปลาแล้วการตกหมึกก็เป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พอตกขึ้นมาได้สดๆแล้วก็นำมาทำเป็นอาหารทานได้เลย ทั้งนี้การตกปลาหมึกให้ได้ง่ายนั้นมีเทคนิคการตกปลาหมึก จะมีวิธีการยังไงนั้นมาอ่านกันเลย

การตกปลาหมึกในตอนกลางคืน จะต้องทำการดูข้างขึ้นข้างแรมเป็นอันดับแรกด้วย ยิ่งข้างขึ้นมากๆ ยิ่งตกปลาหมึกได้ดี กุ้งปลอมที่ใช้ในการตกหมึกมี สีส้ม สีเขียวตอง สีขาวหัวแดง  สีชมพู เป็นต้น ส่วนข้างแรมหรือเดือนมืด ก็สามารถตกปลาหมึกได้แต่น้อยกว่าข้างขึ้น อีกทั้งยังต้องใช้กุ้งเรืองแสงในการตกอีกด้วย รวมทั้งสถานที่มีไฟส่อง หรือสปอร์ทไลท์ ก็ทำให้ตกได้ดีขึ้นมาก เพราะปลาหมึกจะมาหากินใกล้ไฟ

เทคนิคการเลือกซื้อเหยื่อล่อหมึก

ใช้กุ้งขนาดมาตรฐานทั่วไป สำหรับการตกปลาหมึกขนาดเล็ก ถึงขนาดไม่เกินครึ่งกิโล ใช้กุ้งขนาดเบอร์ 3 และ 3.5 สำหรับปลาหมึกขนาดใหญ่ ใช้กุ้งขนาด 3.5 ขึ้นไป เช่น เบอร์ 4 หรือเบอร์ 5

ส่วนเหยื่อที่เป็นกุ้งปลอม มีหลายหลายแบบหลายราคา ตั้งแต่ตัวละสิบกว่าบาทยันตัวละเป็นพันตามเกรด

นอกจากนี้ยังมีเหยื่ออีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า โยทะกา เป็นเหยื่อปลอมชนิดหนึ่งใช้ในการตกหมึก ลักษณะ เป็นแท่งมีตะขอซี่ๆบานออกมา แต่ไม่แหลมคมเหมือนเบ็ดตกปลา

สีของเหยื่อล่อหมึก

สีเขียวตองหลังส้ม สีเขียวตอง สีชมพู ส่วนสีที่ใช้สำหรับตกเดือนมืดจะเป็นสีอะไรก็ได้แต่ต้องเรืองแสง

การตกปลาหมึกคล้ายกับการตีเหยื่อปลอมในการตกปลานั่นเอง คือ ต้องตีเหยื่อไปเรื่อยๆ อย่าตีอยู่กับที่นานๆ เดินเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ โดยปลาหมึกมักจะอยู่เป็นฝูง ถ้าเจอที่ถูกจุดก็สามารถตกได้มากกว่า 1 ตัว

การตกปลาหมึกหอม

การตกปลาหมึกหอม จะนิยมใช้กุ้งปลอม ขนาดของเหยื่อแล้วแต่สถานที่ เช่นหากปลาหมึกตัวใหญ่ก็ใช้กุ้งตัวใหญ่

ถ้าปลาหมึกตัวเล็กก็ใช้กุ้งตัวเล็ก วิธีตกคือ เหวี่ยงกุ้งปลอมไปไกลๆ แล้วลากเข้ามาอย่างช้าๆ โดยกระตุกเป็นจังหวะ ช้าบ้างเร็วบ้าง จนปลาหมึกกินเบ็ด

ปลาหมึกกล้วยหรือปลาหมึกหลอด

ให้ใช้ โยทะกา ขนาดและสีก็ตามความชอบของปลาหมึกในถิ่นนั้นๆ ว่าชอบแบบไหน วิธีตกส่วนมากจะตกตามแนวดิ่ง สามารถตกได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเช่นกัน แต่ถ้าเป็นช่วงกลางคืน ใช้การเปิดไฟสว่างล่อ และโยก โยทะกา ขึ้นๆ ลงๆ จะจับได้ง่าย

ปลาหมึกกระดอง

ส่วนมากจะใช้ โยทะกา แบบเหล็กเส้นที่มีแง่เหล็กอยู่ด้านล่าง เอามาเสียบเหยื่อล่อตามขนาดของเหล็ก ต่อมาปล่อยสายรอกให้ถึงพื้น ปรับระดับให้ตึง กะระยะพอให้ปลาหมึกดึงได้ เมื่อปลาหมึกกินเหยื่อก็ดึงขึ้นมาอย่าให้สายหย่อนเป็นอันขาด

นี่คือเทคนิคการตกปลาหมึกในเบื้องต้นเล็กๆน้อยๆสำหรับมือใหม่หัดตก การจะตกหมึกนั้นนอกจากจะเตรียมวัสดุอุปกรณ์แล้วการเลือกทำเลและสภาพอากาศในการออกไปตกหมึกจะช่วยทำให้คุณสามารถออกไปตกหมึกได้อย่าสงสนุกสนานและได้ปลาหมึกกลับมาแน่นนอน

 

 สถานที่ ขอเนื้อคู่    

คนโสดทั้งหลายที่อยากจะมี เนื้อคู่กับเขาเสียที เบื่อแล้วความโสด ด้วยพิกัดวัดดังในเมืองไทยและเอเชีย ที่เขาว่ากันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนโสดไปขอความรักมักจะได้เจอเนื้อคู่สมดั่งปรารถนา ว่าแต่จะมีวัดไหนดัง ที่ไหนดี และต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

พระตรีมูรติ  หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คนไทยคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะพระตรีมูรติเป็นเทพแห่งความรักที่มีชื่อเสียงมาก ในทุกวันจะมีคนไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาขอเนื้อคู่กันไม่เคยขาดสาย ซึ่งท่านก็ทำให้คนที่ศรัทธาและตั้งใจมาขอจริงๆ สมหวังในด้านความรักกันมาแล้วมากมาย

วิธีการขอพร :  จริงๆ เราสามารถไปไหว้ได้ทุกวัน แต่เขาว่ากันว่าฤกษ์ดีที่สุดในการขอความรักจากพระตรีมูรติก็คือ วันพฤหัสบดี เวลา 9.30 น. และ 21.30 น. โดยใช้เครื่องสักการะสีแดง ได้แก่ ธูปแดง 9 ดอก, เทียนแดง 1 เล่ม, น้ำแดง 1 ขวดและกุหลาบแดง 9 ดอก ทั้งหมดนี้จะมีขายอยู่บริเวณทางขึ้น หากขอเนื้อคู่ แล้วสมหวัง อย่าลืมนำของมาถวายท่านด้วยนะคะ เช่น มะพร้าว น้ำอ้อย นมสด ของหวานต่างๆ แต่ห้ามถวายอาหารคาวทุกชนิด

พระแม่ลักษมี  ดาดฟ้าชั้น 4 เกสรวิลเลจ

หลายคนอาจจะอาจไม่รู้ว่านอกจากหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์จะมี “พระตรีมูรติ” ที่คนโสดนิยมไปขอความรักแล้ว ไม่ไกลกัน ยังมี พระแม่ลักษมีซึ่งตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 4 ของห้างเกสรวิลเลจ ด้วยอีกที่หนึ่งที่หลายคนบอกว่าศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน โดยตามความเชื่อ พระแม่ลักษมี หรือพระมหาลักษมี เป็นชายาของพระนารายณ์ มีกำเนิดจากมหาสมุทร เป็นมหาเทวีแห่งความร่ำรวย โชคชะตา ความรัก ความงาม ความอุดมสมบูรณ์ คนที่มาสักการบูชาพระแม่ลักษมีจะได้พบกับรักแท้

วิธีการขอพร :  ให้เตรียมธูป 9 ดอก เทียน 1 คู่ และดอกบัวสีชมพูไปไหว้ขอพรกับพระแม่ลักษมีได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 -18.00 น.โดยเริ่มจากสวดนะโม 3 จบก่อน ตามด้วยบทสวดบูชาองค์พระแม่ลักษมี ซึ่งจะมีให้ไว้ด้านหน้า จากนั้นก็ บอกชื่อ นามสกุลตัวเองตามด้วยพรที่เราอยากจะขอ และเมื่อขอเสร็จแล้ว อย่าลืมเดินวนรอบพร้อมกับอธิษฐานถึงพรที่ขอไปด้วยนะคะ เพื่อให้ท่านเห็นเราครบทั้ง 4 ทิศ

วัดหวังต้าเซียน ฮ่องกง

วัดหวังต้าเซียน ก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่โด่งดังมากๆ เขาว่ากันว่าใครไปขอจะได้เจอเนื้อคู่ทุกราย เพราะที่นี่เป็นที่ประดิษฐานของ “เทพเจ้าด้ายแดง” หรือเทพเจ้าหยกโหลว หรือที่คนจีนเชื่อกันว่าเป็นเทพแห่งความรักที่จะผู้ด้ายแดงให้คนสองคนที่เป็นเนื้อคู่กันได้เจอกันและแต่งงานกันนั้นเอง ดังนั้นการขอเนื้อคู่จากเทพเจ้าแห่งความรักองค์นี้ก็คือ คนโสดจะต้องผูกด้ายแดงไว้ที่นิ้วก่อนจะขอพรให้เจอเนื้อคู่ ส่วนคนมีคู่ ก็สามารถขอพรช่วยทำให้มีรักมั่นคงและยืนยาวได้ด้วย

วิธีการขอพร

ผู้หญิง  ให้ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปทางรูปปั้นเจ้าสาว ให้ไปอธิษฐานขอคู่ที่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั้นเจ้าบ่าว ใช้มือลูบที่เท้าเจ้าบ่าว 3 ครั้ง โดยที่มือที่ทำเป็นรูปตามป้ายห้ามคลายเด็ดขาด หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ แล้วใช้ด้ายแดงผูกไว้ที่เชือก เป็นอันเสร็จขั้นตอน

ผู้ชาย  ให้ไหว้ที่องค์ท่านเทพ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั่นเจ้าบ่าว ให้ไปอธิษฐานขอคู่ที่ตรงนั้น เมื่อเสร็จแล้วให้ไหว้ 3 ครั้ง แล้วเดินไปที่รูปปั้นเจ้าสาว ใช้มือลูบที่เท้าเจ้าสาว 3 ครั้ง โดยที่มือที่ทำเป็นรูปตามป้ายห้ามคลายเด็ดขาด หลังจากนั้นให้ปล่อยมือออกได้ แล้วใช้ด้ายแดงผูกไว้ที่เชือก เป็นอันเสร็จขั้นตอน

 

ทาสการตลาด

 

ปัจจุบันกระแสการช้อปปิ้งออนไลน์ได้รับความนิยมมาก ไม่ว่าจะกดผ่านเว็บไซต์หรือผ่านแอปพลิเคชันในมือถือ เพราะสะดวกสบาย แถมยังตอบโจทย์ความต้องการในหลายรูปแบบ ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้านต่างๆ และสินค้าทั่วไป สั่งกันสนุกสนาน

นอกจากนี้แล้ว การช้อปออนไลน์ยังมีสิ่งที่เรียกว่า โปรโมชั่นและดีลเด็ดราคาที่ถูกกว่าเดิม แต่รู้หรือไม่ว่าคุณกำลังตกเป็นทาสการตลาดโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเผลอใจกดจ่ายเพลินไปมากกว่านี้ เราต้องรู้ให้ทันว่าที่จะซื้อมาเนี่ยคุ้มหรือไม่

จัดแคมเปญทุกเดือน

อย่างที่นักช้อปออนไลน์หลายคนต่างพากันเฝ้ารอกันทุกเดือน ลดจัดหนักจัดเต็มกันตั้งแต่วันแรกของปี ซึ่งเราต่างก็ไม่ทันได้เอะใจกันสักเท่าไร ลดราคาได้ทุกเดือนก็ยิ่งดี แต่ถ้ามาคำนวณดูดี ๆ จะพบว่าเงินเดือนเราถูกแบ่งมาจ่ายค่าช้อปออนไลน์ตรงนี้ทุกเดือน แถมช่วงรอยต่อปลายปีเก่ากับต้นปีใหม่ก็ห่างกันแค่ไม่กี่วัน ลองคิดเล่นๆ ดูว่าถ้าเราช้อปทุกเดือน มันจะไม่จบแค่ทุกเดือน แต่จะกลายเป็นทุกปีแทน

เก็บ code ส่วนลด

การเก็บ code ส่วนลด เป็นอีกหนึ่งอย่างที่หลอกล่อจูงใจเราได้เป็นอย่างดี ช้อปครั้งนี้ จะได้ส่วนลดไว้ช้อปครั้งหน้า ไหนๆ เดือนหน้าก็ต้องช้อปอยู่แล้ว ก็ซื้อให้ครบแล้วเก็บเอา code ไปใช้เดือนหน้าซะเลยสิ สุดท้ายแล้วก็กลายเป็นวงจรไม่จบไม่สิ้น

ลดกระหน่ำ

ธรรมชาติของ ของ SALE ก็จูงใจให้คนตัดสินใจซื้อได้อยู่แล้ว ยิ่งมาเจอคำว่า ลดกระหน่ำ พร้อมกับเส้นสีแดงขีดฆ่าราคาที่ขายปกติ ก็ยิ่งกระตุ้นความอยากได้อยากมีเข้าไปกันใหญ่ ถ้าพลาดครั้งนี้ล่ะก็ ครั้งหน้าก็ต้องจ่ายราคาเต็มสิ ในเมื่อของมันต้องมีก็ซื้อเลยแล้วกัน อันนั้นก็อยากได้ อันนี้ก็อยากมี แถมลดราคาอีกต่างหาก เลือกไปเลือกมากลายเป็นว่าของเต็มตะกร้า จ่ายกันสนุกสนานไปเลย

ข้อจำกัดด้านเวลา

ถ้าแบ่งเป็นช่วงต้นปี กลางปี และปลายปี จะมีโปรโมชั่นล่อก็คือ ช่วงเวลาพิเศษของปีอย่าง เมื่อเป็นช่วงเวลาที่คนรู้สึกว่ามันพิเศษ ก็ทำให้ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น รวมถึงการจำกัดเวลาแบบนับ countdown ว่าลดแค่วันที่ถึงวันที่ ตอนนี้เหลืออีกชั่วโมง จะหมดช่วงลดราคา ก็ยิ่งกดดันให้คนต้องตัดสินใจซื้อเดี๋ยวนั้น กดจ่ายกันจ้าละหวั่นกลัวไม่ทันเวลาโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังอีกที

เอาราคามาล่อ

สำหรับบางช่วงหรือบางร้านจะมีโปรโมชั่น ล่อตาล่อใจกันขนาดนี้ใครจะกล้าพลาด เพราะหลายคนมีความคิดว่าค่าส่งนั้นแพง ซื้อน้อยชิ้นก็ไม่คุ้มกับค่าส่ง ไหนๆ ซื้อกี่ชิ้นก็ค่าส่งเท่าเดิม สู้ซื้อให้คุ้มกับค่าส่งไปเลยไม่ดีกว่าหรือ หรือแค่เพิ่มเงินอีกไม่กี่บาทก็ได้ส่วนลดแล้ว หรือแค่ซื้อเพิ่มอีกนิดหน่อยก็มีส่งฟรีอีก ท้ายที่สุดก็กดซื้อมาโดยที่ไม่รู้ว่าจะได้ใช้ไหมด้วยซ้ำ

ก่อนจะใช้จ่ายอะไรควรคิดให้รอบครอบจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่่อการตลาดยังไงล่ะ

 

ทายนิสัยจากวันเกิด

วันนี้เรามาลองทายนิสัยแต่ละวันเกิดกันดีกว่าว่าแต่ละบุคคลจะมีลักษณะแต่ละวันเกิดอย่างไรกันบ้างตามวันเกิดลองไปดูกันเลย

 

วันจันทร์
เริ่มจากนิสัยคนเกิดวันจันทร์กันดีกว่า มักมีลักษณะเป็นคนปากหวาน พูดเก่ง พูดไม่หยุด แต่ว่าช่างเอาอกเอาใจเรียกว่าคนปากเก่ง แต่ขี้น้อยใจอย่างมาก งอนง่ายหายไว ถ้าในเรื่องความรัก ทั้งหญิงและชาย ดูจะร้ายพอๆกัน เรียกได้ว่า ไม่ทิ้งเขาก็ถูกเขาทิ้งเพราะเป็นคนช่างเลือกเรื่องมาก ขี้รำคาญหงุดหงิด ชอบคิดซับคิดซ้อน พอๆ กับรักซ้อนซ่อนรักนั่นแหละ ถ้านำพรสวรรค์ในเรื่องของการพูด ไปใช้ในทางที่ดี รับรองจะไปโลด ในหน้าที่การงานแต่ถ้าจะให้เหมาะ น่าจะทำงานด้านการขาย ขายอะไรก็ได้รับรองรุ่งสุดๆ ขออย่างเดียว อย่าเจ้าเล่ห์มากเกินไปพอ

วันอังคาร
ลักษณะคนเกิดวันอังคารมัก เป็นคนขยันยันแข็งคล่องแคล่ว ว่องไว มีไฟฝันแรงกล้า ทะเยอทะยานสูง เรื่องรักละก็แอบร้ายค่อนข้างจะหลายใจ เรียกได้ว่าว่าเจ้าชู้ไม่เบา มีคนเข้ามาพัวพันไม่ขาดระยะ แต่ไม่ยักอยู่ยาวนาน ใครจะไปทนทานความเจ้าชู้ของคุณได้ ถ้าไม่ใช่คนเกิดวันพฤหัส แต่ต้องระวังคำพูดคำจาบ้าง ประชดประชันกันมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นใครก็ทนคุณไม่ได้หรอก เรื่องเซ็กส์ค่อนข้างใจร้อน และเอาแต่ใจตัวเอง หญิงชายเกิดวันนี้น่าจะรับราชการ หรือเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ อะไรประเภทนี้ จะดีกว่าไปทำอย่างอื่น ถ้าลดเรื่องการเอาแต่ใจตัวเองลดลงได้บ้าง รับรองตำแหน่งการงานรุ่งแน่

วันพุธ
ส่วนคนเกิดกลางสัปดารห์อย่างวันพุธละก็มักมีความกระตือรือร้น และอดทนเหลือหลาย แต่ไม่ค่อยรอบคอบ ขยัน เป็นคนทำมาหากินเก่ง พูดจาดี มีความรอบรู้ ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดูและคอยช่วยเหลือ อนาคตจึงค่อนข้างสดใส ไปได้ดีในหน้าที่การงาน แต่ชีวิตรักกลับไม่ค่อยดีนัก ก็มัวแต่ทำงาน จึงไม่ค่อยมีโอกาสเลือกมากนัก คนเกิดวันนี้จะได้เข้าพิธีวิวาห์ ก็ปาเข้าไปวัยเลขสามขึ้นหน้า เป็นชายไม่เท่าไหร่แต่เป็นหญิงแล้วไซร้ โอกาสสัมผัสคานทองนิเวศน์สูง เรื่องเซ็กส์อบอุ่นนุ่มนวล ละมุนละไม น่าหลงใหลไม่เบา คนเกิดวันนี้ที่สำคัญ อย่าบ้างานจนเกิดเหตุ

วันพฤหัสบดี
คนเกิดวันนี้มัก เป็นคนที่ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน มีไหวพริบ ละเอียดรอบคอบ และมีความรับผิดชอบสูง ชอบสั่งคนโน้นสอนคนนี้ เจ้ากี้เจ้าการนิดๆ ไปเป็นครูบาอาจารย์ หรือ เป็นทนาย จะดี ในเรื่องความรัก ไม่อยากจะพูด จืดสนิท จะหาคำหวานสักนิดนั้นยาก ห่างไกลคำว่าโรแมนติก แต่เรื่องเซ็กส์กลับร้อนเป็นไฟ เข้าตำรา เงียบนิ่งไม่เคลื่อนไหว แต่ไฟดีๆ นี่เอง ทุกที่ทุกทางอนาคตจะเป็นคนใหญ่คนโต มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตาและมีความสุขในครอบครัว

วันศุกร์
คนเกิดวันนี้ เป็นคนชอบเพ้อฝัน ชอบจินตนาการ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน นุ่มนวล ช่างเอาอกเอาใจ ขี้อ้อน ให้ใครต่อใครลุ่มหลง รักศิลปะ รักสวยร้กงามทั้งหญิงชาย เรียกได้ว่าเป็นวันของ คนเจ้าชู้ ดูดี มีเสน่ห์ ดึงดูดความสนใจ ของเพื่อนต่างเพศได้มาก ชำนาญและชมชอบ เรื่องเซ็กส์มากเสียด้วย แต่คนเกิดวันนี้มีอารมณ์เป็นใหญ่ จะคิดอะไรจะทำอะไร ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ถ้าระงับอารมณ์เอาไว้ได้ อะไรๆก็จะดีไปหมด แต่ถ้าพลั้งพลาดก็พังกันหมดเลย ทั้งเรื่องรัก การเงินและการงาน งานที่เหมาะที่สุดก็เป็นพวก สถาปนิก ศิลปิน ครีเอทีฟ ออกแบบ อะไรแบบนี้

วันเสาร์
มักเป็นคนมั่นใจตัวเองสูงมาก  ค่อนข้างบ้าอำนาจหน่อยๆ เงียบ ขรึม เก็บตัว ไม่ชอบวุ่นวายกับใคร เป็นคนชอบคิดมาก คิดเล็กคิดน้อย แต่ไม่ค่อยคิดถึงใจผู้อื่น ดื้อเงียบและถือดี ดูเหมือนใจเย็น แต่โมโหร้าย แต่หัวดี ฉลาด ความสามารถเพียบ ถ้าเรื่องความรัก รักแล้วรักเลย รักมันอยู่นั่น ใครจะว่าคนรักของฉันอย่างไร ไม่สน คนมันรักโว๊ย และขี้หึงร้ายกาจ มีเซ็กส์แบบไร้ทิศทาง เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวเย็น เอาแน่เอานอนไม่ได้ ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่บ้าง คนเกิดวันนี้ถ้าลดความหยิ่ง คลงบ้าง จะดีกว่าแน่นอน

วันอาทิตย์
คนเกิดวันนี้ มีความเป็นผู้นำสูง ชอบช่วยเหลือคนอื่น ใจกว้างแต่ก็ใจร้อนวู่วามไปบ้างนิดหน่อย แต่สติปัญญาดีนะ จะได้ดีเพราะปาก เป็นคนพูดจามัดใจคนเก่ง ในเรื่องความรัก มักรีบเร่งเร้ารุนแรง และหลากหลาย มีเซ็กส์แบบถึงไหนถึงกัน ไม่หวั่นและไม่ค่อยจะแคร์ใคร ไม่ว่าชายหรือหญิงที่เกิดวันนี้ ด้วยความเป็นคนเก่งและพยายามจะประสบความสำเร็จ แบบเวิร์คสุดสุดขอเพียงเอาความสามารถ ที่มีอยู่ใช้ให้ถูกที่ถูกทางรับรองประสบผลสำเร็จแน่นอน

ไม่ว่าใครจะเกิดวันไหนคนเราทุกคนล้วนแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นี่เป็นแค่การทายนิสัยจากกลุ่มส่วนมากเพียงเท่านั้นไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไรการเป็นตัวเองดีที่สุดและไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็น่าจะเพียงพอแล้วและ

 

 

 

 6 วิธี  เปลี่ยนนิสัยขี้หงุดหงิดง่ายๆ

    

 

          นิสัยขี้หงุดหงิด ชอบเหวี่ยง ทำให้กลายเป็นคนใจเย็นอารมณ์ดีได้ ด้วยวิธีง่ายๆ ถ้าไม่อยากเป็นคนขี้หงุดหงิดจนคนรอบข้างต้องหันหน้าหนี ก็ได้เวลาเปลี่ยนแปลงตัวเองกันแล้วจ้า

          เรื่องอารมณ์หงุดหงิด เหวี่ยง วีน เป็นสิ่งที่ไม่เข้าใครออกใคร แต่ถ้าหากเกิดขึ้นกับใครบ่อยๆ ก็อาจจะทำให้คนรอบข้างรู้สึกเบื่อหน่ายได้ เพราะคงไม่มีใครอยากจะอยู่ใกล้กับคนที่อารมณ์ไม่ดีตลอดเวลาหรอก ดังนั้นวันนี้เราจะมาเสนอวิธีง่ายๆ ที่ใครชอบมีนิสัยขี้หงุดหงิดจะเปลี่ยนนิสัยจากคนอารมณ์บูดๆ เป็นคนที่อารมณ์ดี และสดใสได้ตลอดทั้งวันมาฝาก รับรองว่าไม่ยากเกินไปที่จะทำ แค่เพียงเริ่มทำเท่านั้น

     1.นอนให้พอ

        การนอนไม่พออาจเป็นสาเหตุุที่ทำให้เราเป็นคนเจ้าอารมณ์ขี้หงุดหงิดได้ง่ายเพราะถ้าคุณนอนน้อยไปปจะทำให้ร่างกายไม่สดชื่นและอาจจะเปลี่ยนนิสัยให้เป็นคนขี้หงุดหงิดได้ด้วย แค่คุณเปลี่ยนพฤติกรรมการนอน นอนให้ครบวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน ก็จะทำให้คุณตื่นมาสดชื่นแจ่มใสไม่หงุดหงิดได้ง่าย

     2.ผ่อนคลายลงบ้าง

          ความเครียด เป็นสาเหตุหลักของอารมณ์หงุดหงิดเลยเชียวล่ะ ซึ่งความเครียดส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเกิดจากปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาทับถมดังนั้น แทนที่คุณจะไปเคร่งเครียดกับมันจนหัวระเบิด คุณก็แค่ทำใจให้เย็นลองแล้วหันกลับไปมองปัญหา ลองดูสิว่าปัญหาของคุณมีอะไรบ้าง และปัญหาใดที่คุณสามารถแก้ไขได้ ปัญหาใดที่คุณต้องยอมรับและร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นบ้าง อย่าโทษตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ให้บอกกับตัวเองว่าคุณได้ทำในสิ่งที่คุณสามารถทำได้แล้ว เมื่อคุณสามารถใจเย็นลงได้ อาการหงุดหงิดของคุณก็จะลดลงไป

     3.ดูแลตัวเองให้ดูดีกว่าเดิม

         อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้คนเรามีนิสัยหงุดหงิดได้ง่ายๆ ก็คือภาพลักษณ์ของเราที่ดูไม่ดีนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นความอ้วน หรือผิวพรรณที่ไม่สดใส ทำให้ดูโทรมจนตัวเองยังต้องหงุดหงิด วิธีเหล่านี้แก้ไขได้ไม่ยาก แค่เพียงคุณหันกลับมาดูแลตัวเองโดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายให้มากขึ้น เมื่อคุณมีร่างกายที่แข็งแรงแล้วคุณก็จะมีอารมณ์ที่ดีขึ้น นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงบุคลิกและภาพลักษณ์ตัวเองก็สามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกกับตัวเองได้อีกด้วย และเมื่อคุณชอบตัวเองมากขึ้น นิสัยขี้หงุดหงิด ก็จะหายไปอย่างแน่นอน

     4.ทำในสิ่งที่ชอบ

         เมื่อคนเรารู้สึกไม่มีความสุข ก็มักจะต้องการให้คนอื่นได้รับรู้ผ่านอารมณ์หงุดหงิด เหวี่ยง วีน ในขณะเดียวกันถ้าหากเรามีความสุข ได้ทำในสิ่งที่ชอบ จิตใต้สำนึกของคุณก็ต้องการแสดงออกให้ผู้อื่นรับรู้เช่นกันว่าคุณมีความสุข ดังนั้นแทนที่คุณจะปล่อยให้ตัวเองมีความทุกข์แล้วแสดงออกไปโดยไม่ได้ตั้งใจก็หาอะไรที่ทำแล้วมีความสุขดีกว่าเนอะ เวลาที่อยู่กับคนอื่นๆ คุณจะได้รู้สึกยิ้มแย้มตลอดเวลาได้

     5.ระบายออกมา

      หลายคนมักกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดก็เพราะไม่กล้าพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมา วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ก็คือการพูดออกมา ลองไปหาเพื่อนสักคนที่ห่วงใยคุณ ผลัดกันระบายถึงปัญหาที่พบเจอ ก็จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจมากขึ้น แต่ถ้าหากปัญหาเหล่านั้นเป็นเรื่องที่คุณไม่สามารถบอกกับเพื่อนของคุณได้ ในปัจจุบันก็มีนักจิตบำบัดมากมายที่พร้อมจะช่วยรับฟังปัญหาของคุณ และเมื่อคุณได้ระบายออกมาจนสบายใจแล้ว ก็จะช่วยทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวในใจของคุณดีขึ้น 

      6.พบแพทย์

          หากทุกวิธีที่แนะนำมาข้างต้นไม่สามารถทำให้คุณหายหงุดหงิดได้ วิธีสุดท้ายก็คือการไปพบผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะบางทีอารมณ์หงุดหงิดเหล่านี้ก็อาจจะเกิดขึ้นจากปัญหาสุขภาพที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ค่ะ ซึ่งการรักษาทางการแพทย์จะช่วยทำให้นิสัยขี้หงุดหงิดของคุณลดลงได้ค่ะ

 

     นิสัยขี้หงุดหงิดนั้นเป็นนิสัยที่ควรเปลี่ยนแปลงให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งนิสัยนี้อยู่กับเรานานมากก็จะยิ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสุขภาพจิต และบุคลิกภาพไปในทางที่ไม่ดีได้ คงไม่มีใครที่อยากจะกลายเป็นคนอารมณ์ร้ายหรอก เพราะฉะนั้นเริ่มเปลี่ยนแปลงจากตัวคุณเองก่อน ไปเริ่มกันเลย

อาชีพเสริมขายถุงเท้า สินค้าที่ไม่ตกเทรนดี

          ใครที่เป็นแม่ค้าตลาดนัดนั้นขายอยู่ดีดีแล้ว อยู่ๆสิ่งนั้นกลับขายไม่ดี ลองคิดเปลี่ยนเป็นธุรกิจขายถุงเท้าดูบ้าง บางคนนั้นที่ไม่รู้จะทำอะไรขายลองขายถุงเท้าดู การขายเสื้อผ้านั้นก็ต้องลงทุนสูงเพราะว่าเสื้อผ้านั้นมีต้นทุนที่สูงพอสมควร แล้วถ้าใครนั้นมีเงินทุนน้อย ถ้าทุกคนกำลังพบเจอดับคำถามสิ่งเหล่านี้อยู่. ลองอ่านบทความนี้ดู ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากอย่างคนอื่นเค้า ขายได้ตลอดสินค้าไม่เสียหาย และสามารถสต๊อกได้นานสินค้าไม่เสียหา ก็คือการขายถุงเท้า

          บางคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องขายถุงเท้ารึทำเป็นอาชีพเสริม ถุงเท้าเป็นปัจจัยของคนในปัจจุบันที่ต้องใช้เกือบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ใช้ได้ที่รุ่นเลยก็ว่า กลุ่มเป้าหมายของถุงเท้านั้นก็เลยมีเป็นจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องช่วงซีซันที่จะต้องใช้ เพราะถุงเท้านั้นสามารถใช้ได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะเด็กที่ต้องใช้ไปโรงเรียน ไม่ว่าคนโตจะใส่ไปทำงาน คนแก่ก็ใสกันลื่น ซึ่งถุงเท้าเป็นสิ่งสำคัญกับคนปัจจุบันอย่างมาก ไม่ว่าจะอายุไหนก็ต้องใช้ คือให้เกือบทุกวันเลยก็ว่าได้

วิเคราะห์ เรื่องการตลาด ไม่ว่าจะเป็นคนสถาณะไหนก็ต้องใช้ถุงเท้ากันอยู่แล้ว ข้อจริงของถุงเท้าคือการขายได้เลื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพราะคนส่วนมากมักคิดว่าซื้อไปคงได้ใช้อยู่ดี เพราะคนหนึ่งอย่างน้อยต้องใช้วันละ1 

          ถุงเท้านั้นเสื่อมสภาพได้ง่ายมาก เป็นเรื่องปกติของการแต่งกายเสื่อมไปตามเวลาของมัน ถ้าถุงเท้าที่เก่าแล้วคนก็มักที่จะทิ้งเลย เพราะว่าถุงเท้านั้นมีราคาที่ไม่แพงเลยสามารถซื้อใช้ใหม่ได้ บางคนตุนไว้เป็นจำนวนมาก บางที่จัดโปรถุงเท้านั้นราคาเพียง10บาทเท่านั้น

ถึงเท้านั้นลงทุนน้อยได้คืนกำไรได้เร็วมาก การขายไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่มันต้องใช้ทุนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราไม่มีเงินทุนมาก แต่ก็ต้องลงทุน กำไรของถุงเท้านั้นก็ได้พอประมานกำลังดี

          ถุงเท้าแฟนชั่นเดียวนี้ก็มีมากมายเป็นสินค้าอีกนึ่งที่น่าสนใจ และไม่ต้องควรว่าเงินที่เราทุนไปนั้นจะไม่ได้คืน ถ้าจะขายให้ได้กำไรมากๆต้องเน้นขายในราคาที่ถูกและขายเป็นจำนวนมากๆ ถ้าเรานั้นขายถูกกว่าผู้แข่งขันเรานั้นก็จะขายได้มากกว่า แต่ถุงเท้านั้นก็มีหลายเกรดนั้น ลายนั้นก็แตกต่างกันไปตามสินค้า ถ้าถุงเท้าบางหน่อยคู่ละ5บาทเท่านั้น แต่น่าจะใช้2ครั้งแล้วทิ้งได้เลย บางคู่ คู่ละ20 ก็หนากำลังพอดี เอาจริงการขายถุงเท้าแนะนำให้เป็นอาชีพสำหรับคนนั้นวางเวลาเสาทิตย์ ไม่ก็คนที่ไม่มีหนี้ไม่มีสิน เพราะบางทีการขายถุงเท้านั้นมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก เราไม่รู้ว่าเราจะขายได้ทุกครั้งมั้ย ถ้าทุกวันเราขายดี อยู่อยู่ก็มีอีกเจ้าใหม่มาขายนี้ก็เท่ากับเรานั้นมีคู่แข่งขันเพิ่มมาอีกราย ซึ่งเราก็ไม่อยู่ว่าในอนาคตจะมีอีกกี่เจ้า เรานั้นก็ต้องคิดวิธีที่จะขายให้ได้ดีกว่าคู่แข่งขันนั้น อาจจะราคาที่ถูกกว่า ไม่ก็มีลายให้เลือกเยอะกว่า สรุปได้ว่าถุงเท้าเป็นอะไรที่ขายได้ง่ายแต่ก็ไม่ขายได้ตลอด แม้เงินลงทุนจะน้อยได้ได้กำไรดีอยู่ ถ้าแม่ค้าคนไหนนั้นเข้ามาอ่านก็ลองหาแหล่งที่ผลิตที่ต้นทุนนั้นถูกกว่านี้ เพื่อกำไรที่มากขึ้นและรับจากโรงงานโดยตรง ต้นทุนก็จะประหยัดไปอีกเป็นจำนวนมาก ใครคิดว่าตัวเองนั้นเหมาะสมกับธุรกิจนี้ก็ลองขายดูกัน

สังคมหล่อหลอม

ในสังคมทุกวันนี้คุณอาจเคยพบเจอผู้คนมากมายและคนเหล่านั้นก็มีนิสัยสันดานที่ต่างกันออกไป บางคนดี บางคนไม่ดี คละเคล้ากันอยู่ทุกสังคม การมีฐานะดีไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นคนดี และการที่บางคนเกิดมาจนก็ไม่ได้แปลว่าเขาเหล่านั้นเลวร้าย ผู้คนชอบตัดสินกันผ่านรูปลักษณ์ภายนอก มักจะไม่คำนึงถึงจิตใจที่แท้จริงของคน

การที่จะบอกได้ว่า คนนั้นเป็นคนดีหรือคนโน้นเป็นคนเลวเรามักจะตัดสินจากอะไรในปัจจุบัน ก็คงเป็นเรื่องการศึกษาใช่หรือไม่ คนที่เรียนจบสูงแปลว่าเป็นคนดี คนที่เรียนไม่จบคือคนเกเร ไม่มีความรับผิดชอบ นั่นหรือเปล่าที่เป็นตัวตัดสิน 

มันไม่ถูกต้องเลย การศึกษาไม่ได้ปัจจัยหลักสำหรับการที่จะเป็นคนดีหรือเลว ปัจจัยหลักหรือปัจจัยแรกนั้น ก็คงมิพ้น สังคมที่อยู่อาศัย คุณสังเกตุไหม ทำไมผู้คนที่อาศัยอยู่ในสลัมส่วนใหญ่ถึงมีแต่คนขายยาเสพติด เสพยาเสพติด เพราะพวกเขาเหล่านั้นถูก สังคมหล่อหลอม 

คำจำกัดความของประโยคที่ว่า สังคมหล่อหลอม ก็คือ หากคุณอาศัยอยู่ในสถานที่ไหน มีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร คนในสังคมของคุณมีความประพฤติอย่างไร รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสังคมอยู่ในรูปแบบไหน อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ก็จะผันแปรการใช้ชีวิตไปอยู่ในสภาพเดียวกัน ประพฤติปฏิบัติตัวเหมือนๆกัน 

ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ต่าง  ต่อให้คุณมีจิตใจที่ดีแค่ไหนถ้าไม่หนักแน่นพอก็อาจจะพ่ายแพ้ต่อสังคมที่คุณอยู่ร่วมก็ได้ ทางที่ดีหากไม่มองโลกในแง่ดีหรือโลกสวยมากนัก คุณก็คงจะสังเกตุได้ว่า ตั้งแต่จำความได้ พ่อแม่ของคุณพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะส่งคุณเรียนโรงเรียนที่ดีให้ได้ มันจะเป็นเพราะอะไรหละ ทำไมพ่อแม่ต้องยอมเหนื่อยขนาดนั้น คำตอบก็คือพ่อแม่ของคุณต้องการซื้อสังคมให้คุณอยู่ ให้คุณมีชีวิตที่ดี เพื่อนที่ดี ก่อให้เกิดความประพฤติที่ดีในที่สุด

ในยุคสมัยนี้ สมัยที่แค่มีเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง คนบางคนยอมจ่ายเงินหลักล้านเพียงเพราะต้องการให้ลูกได้เรียนหนังสือที่นี่  ได้มีคอนเน็กชั่นที่โรงเรียนแห่งนี้ คุณเคยรู้บ้างไหมว่าสมัยนี้ สถานศึกษาไม่ได้มีหน้าที่แค่เพียงให้ความรู้อีกต่อไปแล้ว มันยังเป็นธุรกิจอย่างดีด้วยเหมือนกัน

คนที่อยู่ในฐานะเดียวกันก็มักจะอยู่ในสังคมเดียวกันโดยพื้นฐาน ฐานะในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า การมีเงินทองหรือความร่ำรวยแต่อย่างใด มันยังเหมารวมไปด้วยกับการศึกษา หน้าที่การงาน และหน้าตาทางสังคม 

ไม่ได้หมายความว่าการที่อยู่ในสังคมที่ดีจะต้องเป็นคนดีเสมอไป บางคนก็แย่  ในทุกๆสังคมย่อมมีคนที่ดีและไม่ดีคละเคล้ากันไป เพียงแต่ว่าหากคุณได้อยู่ในสังคมที่ดีแล้วนั้น กฎเกณฑ์และบรรทัดฐานของสังคมเหล่านั้นมันก็อาจจะแฟร์ให้อิสระทางความคิดคุณได้ดีกว่าสังคมที่ไม่มีทางเลือก ดังนั้นหากคุณได้อยู่ในสังคมที่ดีที่แฟร์ คุณก็จะสามารถมีโอกาสเลือกทางเดินในชีวิตของคุณเอง ไม่ใช่ว่าทุกสังคมจะยอมให้คุณทำตามใจตัวเองหรอกนะ 

                สุดท้ายนี้ หากไม่ได้มองโลกให้สวย แต่มองด้วยความเป็นจริง คุณจะเห็นได้ว่า สังคมไทยทุกวันนี้เป็นอย่างที่บทความนี้กล่าวอ้างเกือบทุกประการ คุณอาจเลือกเกิดไม่ได้ และบางทีสังคมมันก็อาจจะหล่อหลอมคุณไปแล้วว่าให้เป็นคนยังไง แต่ยังไงซะหากคุณมีความพยายามอย่างใจจริง มุ่งมั่น จะไม่ประพฤติตนตามคนในสังคมที่คุณไม่ชอบ ก็ไม่มีสังคมไหนที่ห้ามคุณได้หรอก ใช้ใจของคุณผลักดันตัวคุณเองให้หนีห่างจากสังคมเหล่านั้น เพื่ออยู่สังคมใหม่ที่ดีกว่า เป็นคนที่ดีกว่า