crazefiles.com

ร้านค้าออนไลน์ ขายของทุกแบรนด์

Nov

30

อาชีพเสริมขายถุงเท้า สินค้าที่ไม่ตกเทรนดี

          ใครที่เป็นแม่ค้าตลาดนัดนั้นขายอยู่ดีดีแล้ว อยู่ๆสิ่งนั้นกลับขายไม่ดี ลองคิดเปลี่ยนเป็นธุรกิจขายถุงเท้าดูบ้าง บางคนนั้นที่ไม่รู้จะทำอะไรขายลองขายถุงเท้าดู การขายเสื้อผ้านั้นก็ต้องลงทุนสูงเพราะว่าเสื้อผ้านั้นมีต้นทุนที่สูงพอสมควร แล้วถ้าใครนั้นมีเงินทุนน้อย ถ้าทุกคนกำลังพบเจอดับคำถามสิ่งเหล่านี้อยู่. ลองอ่านบทความนี้ดู ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากอย่างคนอื่นเค้า ขายได้ตลอดสินค้าไม่เสียหาย และสามารถสต๊อกได้นานสินค้าไม่เสียหา ก็คือการขายถุงเท้า           บางคนตั้งคำถามว่าทำไมต้องขายถุงเท้ารึทำเป็นอาชีพเสริม ถุงเท้าเป็นปัจจัยของคนในปัจจุบันที่ต้องใช้เกือบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น เด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ ใช้ได้ที่รุ่นเลยก็ว่า กลุ่มเป้าหมายของถุงเท้านั้นก็เลยมีเป็นจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องช่วงซีซันที่จะต้องใช้ เพราะถุงเท้านั้นสามารถใช้ได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะเด็กที่ต้องใช้ไปโรงเรียน ไม่ว่าคนโตจะใส่ไปทำงาน คนแก่ก็ใสกันลื่น ซึ่งถุงเท้าเป็นสิ่งสำคัญกับคนปัจจุบันอย่างมาก ไม่ว่าจะอายุไหนก็ต้องใช้ คือให้เกือบทุกวันเลยก็ว่าได้ วิเคราะห์ เรื่องการตลาด ไม่ว่าจะเป็นคนสถาณะไหนก็ต้องใช้ถุงเท้ากันอยู่แล้ว ข้อจริงของถุงเท้าคือการขายได้เลื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องคิดมาก เพราะคนส่วนมากมักคิดว่าซื้อไปคงได้ใช้อยู่ดี เพราะคนหนึ่งอย่างน้อยต้องใช้วันละ1            ถุงเท้านั้นเสื่อมสภาพได้ง่ายมาก เป็นเรื่องปกติของการแต่งกายเสื่อมไปตามเวลาของมัน ถ้าถุงเท้าที่เก่าแล้วคนก็มักที่จะทิ้งเลย เพราะว่าถุงเท้านั้นมีราคาที่ไม่แพงเลยสามารถซื้อใช้ใหม่ได้ บางคนตุนไว้เป็นจำนวนมาก บางที่จัดโปรถุงเท้านั้นราคาเพียง10บาทเท่านั้น ถึงเท้านั้นลงทุนน้อยได้คืนกำไรได้เร็วมาก การขายไม่ว่าจะอะไรก็แล้วแต่มันต้องใช้ทุนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราไม่มีเงินทุนมาก แต่ก็ต้องลงทุน กำไรของถุงเท้านั้นก็ได้พอประมานกำลังดี           ถุงเท้าแฟนชั่นเดียวนี้ก็มีมากมายเป็นสินค้าอีกนึ่งที่น่าสนใจ และไม่ต้องควรว่าเงินที่เราทุนไปนั้นจะไม่ได้คืน ถ้าจะขายให้ได้กำไรมากๆต้องเน้นขายในราคาที่ถูกและขายเป็นจำนวนมากๆ ถ้าเรานั้นขายถูกกว่าผู้แข่งขันเรานั้นก็จะขายได้มากกว่า แต่ถุงเท้านั้นก็มีหลายเกรดนั้น ลายนั้นก็แตกต่างกันไปตามสินค้า ถ้าถุงเท้าบางหน่อยคู่ละ5บาทเท่านั้น แต่น่าจะใช้2ครั้งแล้วทิ้งได้เลย บางคู่ คู่ละ20 ก็หนากำลังพอดี เอาจริงการขายถุงเท้าแนะนำให้เป็นอาชีพสำหรับคนนั้นวางเวลาเสาทิตย์ ไม่ก็คนที่ไม่มีหนี้ไม่มีสิน เพราะบางทีการขายถุงเท้านั้นมีคู่แข่งขันเป็นจำนวนมาก เราไม่รู้ว่าเราจะขายได้ทุกครั้งมั้ย ถ้าทุกวันเราขายดี อยู่อยู่ก็มีอีกเจ้าใหม่มาขายนี้ก็เท่ากับเรานั้นมีคู่แข่งขันเพิ่มมาอีกราย ซึ่งเราก็ไม่อยู่ว่าในอนาคตจะมีอีกกี่เจ้า เรานั้นก็ต้องคิดวิธีที่จะขายให้ได้ดีกว่าคู่แข่งขันนั้น อาจจะราคาที่ถูกกว่า ไม่ก็มีลายให้เลือกเยอะกว่า สรุปได้ว่าถุงเท้าเป็นอะไรที่ขายได้ง่ายแต่ก็ไม่ขายได้ตลอด แม้เงินลงทุนจะน้อยได้ได้กำไรดีอยู่ ถ้าแม่ค้าคนไหนนั้นเข้ามาอ่านก็ลองหาแหล่งที่ผลิตที่ต้นทุนนั้นถูกกว่านี้ เพื่อกำไรที่มากขึ้นและรับจากโรงงานโดยตรง ต้นทุนก็จะประหยัดไปอีกเป็นจำนวนมาก ใครคิดว่าตัวเองนั้นเหมาะสมกับธุรกิจนี้ก็ลองขายดูกัน

Read More

Nov

26

สังคมหล่อหลอม

ในสังคมทุกวันนี้คุณอาจเคยพบเจอผู้คนมากมายและคนเหล่านั้นก็มีนิสัยสันดานที่ต่างกันออกไป บางคนดี บางคนไม่ดี คละเคล้ากันอยู่ทุกสังคม การมีฐานะดีไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นคนดี และการที่บางคนเกิดมาจนก็ไม่ได้แปลว่าเขาเหล่านั้นเลวร้าย ผู้คนชอบตัดสินกันผ่านรูปลักษณ์ภายนอก มักจะไม่คำนึงถึงจิตใจที่แท้จริงของคน การที่จะบอกได้ว่า คนนั้นเป็นคนดีหรือคนโน้นเป็นคนเลวเรามักจะตัดสินจากอะไรในปัจจุบัน ก็คงเป็นเรื่องการศึกษาใช่หรือไม่ คนที่เรียนจบสูงแปลว่าเป็นคนดี คนที่เรียนไม่จบคือคนเกเร ไม่มีความรับผิดชอบ นั่นหรือเปล่าที่เป็นตัวตัดสิน  มันไม่ถูกต้องเลย การศึกษาไม่ได้ปัจจัยหลักสำหรับการที่จะเป็นคนดีหรือเลว ปัจจัยหลักหรือปัจจัยแรกนั้น ก็คงมิพ้น สังคมที่อยู่อาศัย คุณสังเกตุไหม ทำไมผู้คนที่อาศัยอยู่ในสลัมส่วนใหญ่ถึงมีแต่คนขายยาเสพติด เสพยาเสพติด เพราะพวกเขาเหล่านั้นถูก สังคมหล่อหลอม  คำจำกัดความของประโยคที่ว่า สังคมหล่อหลอม ก็คือ หากคุณอาศัยอยู่ในสถานที่ไหน มีสภาพแวดล้อมเป็นอย่างไร คนในสังคมของคุณมีความประพฤติอย่างไร รูปแบบการดำเนินชีวิตของคนในสังคมอยู่ในรูปแบบไหน อาจจะไม่ใช่ทุกคน แต่คนส่วนใหญ่ก็จะผันแปรการใช้ชีวิตไปอยู่ในสภาพเดียวกัน ประพฤติปฏิบัติตัวเหมือนๆกัน  ใช่ว่าทุกคนจะต้องเป็นเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่นั้นก็ไม่ต่าง  ต่อให้คุณมีจิตใจที่ดีแค่ไหนถ้าไม่หนักแน่นพอก็อาจจะพ่ายแพ้ต่อสังคมที่คุณอยู่ร่วมก็ได้ ทางที่ดีหากไม่มองโลกในแง่ดีหรือโลกสวยมากนัก คุณก็คงจะสังเกตุได้ว่า ตั้งแต่จำความได้ พ่อแม่ของคุณพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะส่งคุณเรียนโรงเรียนที่ดีให้ได้ มันจะเป็นเพราะอะไรหละ ทำไมพ่อแม่ต้องยอมเหนื่อยขนาดนั้น คำตอบก็คือพ่อแม่ของคุณต้องการซื้อสังคมให้คุณอยู่ ให้คุณมีชีวิตที่ดี เพื่อนที่ดี ก่อให้เกิดความประพฤติที่ดีในที่สุด ในยุคสมัยนี้ สมัยที่แค่มีเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่าง คนบางคนยอมจ่ายเงินหลักล้านเพียงเพราะต้องการให้ลูกได้เรียนหนังสือที่นี่  ได้มีคอนเน็กชั่นที่โรงเรียนแห่งนี้ คุณเคยรู้บ้างไหมว่าสมัยนี้ สถานศึกษาไม่ได้มีหน้าที่แค่เพียงให้ความรู้อีกต่อไปแล้ว มันยังเป็นธุรกิจอย่างดีด้วยเหมือนกัน คนที่อยู่ในฐานะเดียวกันก็มักจะอยู่ในสังคมเดียวกันโดยพื้นฐาน ฐานะในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า การมีเงินทองหรือความร่ำรวยแต่อย่างใด มันยังเหมารวมไปด้วยกับการศึกษา หน้าที่การงาน และหน้าตาทางสังคม  ไม่ได้หมายความว่าการที่อยู่ในสังคมที่ดีจะต้องเป็นคนดีเสมอไป บางคนก็แย่  ในทุกๆสังคมย่อมมีคนที่ดีและไม่ดีคละเคล้ากันไป เพียงแต่ว่าหากคุณได้อยู่ในสังคมที่ดีแล้วนั้น กฎเกณฑ์และบรรทัดฐานของสังคมเหล่านั้นมันก็อาจจะแฟร์ให้อิสระทางความคิดคุณได้ดีกว่าสังคมที่ไม่มีทางเลือก ดังนั้นหากคุณได้อยู่ในสังคมที่ดีที่แฟร์ คุณก็จะสามารถมีโอกาสเลือกทางเดินในชีวิตของคุณเอง ไม่ใช่ว่าทุกสังคมจะยอมให้คุณทำตามใจตัวเองหรอกนะ                  สุดท้ายนี้ หากไม่ได้มองโลกให้สวย แต่มองด้วยความเป็นจริง คุณจะเห็นได้ว่า สังคมไทยทุกวันนี้เป็นอย่างที่บทความนี้กล่าวอ้างเกือบทุกประการ คุณอาจเลือกเกิดไม่ได้ และบางทีสังคมมันก็อาจจะหล่อหลอมคุณไปแล้วว่าให้เป็นคนยังไง แต่ยังไงซะหากคุณมีความพยายามอย่างใจจริง มุ่งมั่น จะไม่ประพฤติตนตามคนในสังคมที่คุณไม่ชอบ ก็ไม่มีสังคมไหนที่ห้ามคุณได้หรอก ใช้ใจของคุณผลักดันตัวคุณเองให้หนีห่างจากสังคมเหล่านั้น เพื่ออยู่สังคมใหม่ที่ดีกว่า เป็นคนที่ดีกว่า  

Read More

Nov

24

นิทานเรื่อง ธรรมคำสอนของพ่อ

                    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งชื่อว่า “ไท”   ไทเป็นเด็กที่มีนิสัยขี้โกรธ  แค่มีใครหรืออะไรทำให้ไทไม่ถูกใจ  ไทก็มักโมโหโทโสได้เสมอ ๆ  เมื่อคุณพ่อของไทเห็นลูกชายมีนิสัยเช่นนี้ คุณพ่อจึงอยากแนะนำบางสิ่งที่สำคัญมากให้ลูกได้รู้             เช้าวันหนึ่ง คุณพ่อเรียกไทมาพบแล้วชวนลูกชายว่า “เราไปเดินเล่นในป่ากันดีไหม?”  ไทดีใจมาก เพราะคุณพ่อไม่เคยชวนเขาเข้าป่าด้วยเลย เมื่อไทตอบตกลงและถามคุณพ่อว่า “ผมต้องเอาอะไรไปด้วยไหม”   คุณพ่อยิ้มแล้วหยิบก้อนหินรูปหัวใจก้อนเล็ก ๆ ออกมา  จากนั้น คุณพ่อก็บรรจงใส่ก้อนหินก้อนน้อยลงในกระเป๋าเสื้อของไท พร้อมกับบอกว่า “ไม่ต้องหรอก แค่ลูกดูแลหัวใจให้ดี ๆ ก็พอแล้ว”  เมื่อสองพ่อลูกพร้อม  ทั้งคู่ก็ออกเดินทางเข้าป่าด้วยกัน   ในตอนแรก ไทมีความสุขกับทุกสิ่งที่เขาได้เห็น เขาเดินตามพ่อและใช้มือข้างซ้ายแตะก้อนหินรูปหัวใจที่กระเป๋าเสื้อไม่ให้หล่นหาย  ในช่วงเวลาพ่อแม่ชอบเดินทางเข้าป่าลึกๆ  ไทก็เริ่มเหนื่อยและรู้สึกว่าสิ่งต่าง ๆ ช่างไม่ถูกใจเขาเอาเสียเลย “ทำไมพื้นในป่าถึงได้เดินยากแบบนี้นะ ทำไมอากาศถึงร้อนแบบนี้นะ  ทำไมลมไม่รู้จักพัดนะ  ทำไมสัตว์น่ารัก ๆ ไม่โผล่ออกมาให้เราเห็นบ้างเลยนะ”  ไทเดินไปบ่นไปด้วยความโมโห เมือพ่อฟังพ่อก็หันมายิ้มให้ไทพร้อมกับบอกว่า “อย่าลืมดูใจนะลูก  อย่าลืมดูแลหัวใจให้ดี ๆ”   ตอนนั้น ไทใจหายวาบ เขาเพิ่งรู้ตัวว่าเขาลืมจับก้อนหินรูปหัวใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไทรีบใช้มือแตะที่กระเป๋าเสื้อ ซึ่งเขายังโชคดีที่ก้อนหินรูปหัวใจไม่ได้หายไปไหน ไทเดินตามพ่อต่อมาอีกสักพัก  ยิ่งเดินลึกเข้าไปในป่ามากเท่าไหร่  การเดินทางก็ยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น  เมื่อเดินมาถึงภูเขากลางป่า  ฝนก็ตกลงมา  คุณพ่อรีบพาไทไปหลบฝนในถ้ำเล็ก ๆ ไทโมโหฝนมาก  เขาจึงบ่นออกมาอีกครั้งว่า “ทำไมฝนต้องตกในวันนี้ด้วยนะ”             เมื่อคุณพ่อได้ยิน  คุณพ่อก็เตือนลูกชายว่า “อย่าลืมดูใจนะลูก  อย่าลืมดูแลหัวใจให้ดี ๆ”  ไทใจหายวาบอีกครั้ง เขารีบใช้มือแตะก้อนหินที่กระเป๋าเสื้อ และเขาก็ยังโชคดีที่ก้อนหินรูปหัวใจยังอยู่ในนั้น เสร็จสิ้นฝนตก  พ่อพาไทออกเดินทางต่อ  อากาศหลังฝนตกไม่ร้อนเหมือนก่อนหน้า แม้พื้นจะเฉอะแฉะ แต่การเดินบนพื้นเปียก ๆ ก็ชวนให้สนุกไปอีกแบบ  นอกจากนี้ ฝนยังทำให้ป่าดูสดชื่นกว่าเดิม    ที่สำคัญ ไทเห็นสัตว์ตัวเล็ก ๆ ออกมาเล่นน้ำฝนที่ขังอยู่ตามพื้นเต็มไปหมดด้วย ไทเดินยิ้มอย่างมีความสุข แต่ทันใดนั้น […]

Read More
1 2