ทักษะของการเข้าอกเข้าใจความรู้สึก

ทักษะของการเข้าอกเข้าใจความรู้สึก

Empathy Skill ทักษะของการเข้าอกเข้าใจความรู้สึก

 

การเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นสุภาษิตคำสอนของประเทศไทย ที่ไม่ว่าใครก็คงจะเคยได้ยินกันมาแล้วทั้งนั้น โดยความหมายของสุภาษิตนี้ หมายถึง การที่ก่อนจะลงมือทำอะไรจำเป็นจะต้องคำนึงถึงความรู้สึกของคนอื่นด้วยเสมอ และคำสอนนี้เองซึ่งตรงกับทักษะที่สำคัญ ที่กำลังได้รับการกลาวถึงเป็นอย่างมากอย่าง Empathy Skill หรือ ความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและทักษะนี้ได้กลายมาเป็นทักษะพื้นฐานที่ทุกวงการเริ่มให้ความใส่ใจ ไม่ว่าจะเป็นในภาคธุรกิจ การบริหารงานในองค์กร ไปจนถึงฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อเข้าอกเข้าใจพนักงานด้วยกันได้อีกด้วยดังนั้นบทความนี้จะทำให้เราได้รู้จักทักษะนี้กันให้มากขึ้น แล้วมาดูว่าวิธีการประยุกต์ใช้ทักษะนี้ในสถานที่ทำงานนั้นจะต้องทำอย่างไร แล้วจะได้ประโยชน์อะไรจากการใช้ทักษะนี้

 

ทักษะ Empathy Skill คืออะไร?

 

โดยทักษะนี้ก็คือ ก็คือ ทักษะความสามารถในการเข้าใจถึงความคิดและอารมณ์ของผู้อื่น เข้าถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายโดยต้องไม่เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของการตัดสิน โดยทักษะนี้ สามารถประยุกต์ใช้ได้กับหลายสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะในทางธุรกิจยิ่งดี ไม่ว่าจะเป็นในการเข้าใจลูกค้าเพื่อที่จะสร้างสรรค์สินค้าและสามารถบริการให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงตามความต้องการ 

และในปัจจุบันนี้ องค์กรส่วนใหญ่มักนำทักษะนี้มาประยุกต์ใช้ เพื่อการเข้าอกเข้าใจพนักงานที่จะต้องดูแล นับตั้งแต่ผู้บริหาร หัวหน้างาน หรือจนกระทั่งพนักงานด้วยกันเอง  เพื่อเป็นการสร้างความสุขในการทำงานให้แก่ทุกคนในองค์กร และพร้อมส่งเสริมให้เกิดศักยภาพและประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันอย่างสูงที่ดี เพื่อผลลัพธ์ที่จะออกมาอย่างดีที่สุดอีกด้วย

การใช้ทักษะนี้ในที่ทำงาน มีความสำคัญอย่างไร?

 

เป็นการที่เรานำทักษะมาประยุกต์ใช้ในทุกวงการของการทำงานเลยทีเดียว โดยกรณีแรกนี้เราจะพูดถึงความสำคัญในสถานที่ทำงาน การใช้ทักษะนี้จะช่วยให้พนักงานทุกคนเข้าใจความรู้สึกซึ่งกันและกันอย่างถ่องแท้ และการเห็นอกเห็นใจกันของพนักงานที่มีต่อกันย่อมส่งผลที่ดีที่สุดต่อองค์กรอีกด้วย 

 

โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจของนักวิเคราะห์รายหนึ่งที่รายงานไว้ว่า จะมีทั้งหมด 77% ของพนักงานที่จะเต็มใจทำงานในชั่วโมงที่มากขึ้น และมี 66% ของพนักงาน ที่ยินดีรับเงินเดือนที่ลดลงโดยไม่กล่าวว่าอะไร ถ้าหากในองค์กรการทำงานที่นั้นมีบรรยากาศของความเข้าอกเข้าใจกันอยู่ด้วย

 

โดย 92% ของ HR ได้กล่าวไว้ว่า การใช้ทักษะนี้นั้นเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญในการรักษาพนักงานให้อยู่กับองค์กรต่อไป โดยที่ไม่เกิดความรู้สึกอยากลาออก 

 

และวัดได้ 80% ของพนักงานกลุ่ม Millennials จะทำการตัดสินใจลาออกจากกองค์กร ถ้าพวกเขามีนายจ้างที่มีความเห็นอกเห็นใจในพวกเขาน้อยเกินไปและในขณะเดียวกันที่กลุ่ม 66% ของกลุ่ม Baby boomers ก็รู้สึกแบบนั้นเช่นเดียวกัน



โดยสรุปได้ว่า ทักษะนี้ มีความสำคัญอย่างมากต่อองค์กรการทำงานทุกรูปแบบในปัจจุบัน เพราะเป็นการสร้างความจงรักภักดี ที่มีต่อตัวบุคคล และยังสร้างการมีส่วนร่วมขององค์กรต่อตัวพนักงานอีกด้วย โดยทักษะนี้จึงเป็นผลดีต่อการรักษาพนักงานในระยะยาวด้วย นั่นเอง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

 

หรือ ที่นี่

Default