ความสำคัญของภาษา

ความสำคัญของภาษา

ความสำคัญของภาษา Language

 

ในฐานะที่เราเป็นมนุษย์ ย่อมเห็นว่าภาษา Language มีความสำคัญ ภาษาแยกมนุษย์ออกจากสัตว์ เพราะมนุษย์พูดได้ทุกอย่างที่ต้องการจะพูดพูดตามความคิดที่มี พูดตามลักษณะอนันต์ ของภาษาอันประกอบด้วยประโยค มากมายนับไม่ถ้วน และพูดได้ไม่มีวันหมด

 

Language ภาษา คืออะไร

คืออะไรการให้นิยามว่าภาษคืออะไร ย่อมแตกต่างกันไปแต่ละปราชญ์  ทั้งนี้อาจจะเนื่องจากประสบการณ์และสัญชาติญาณ (Perception) ที่แต่ละปราชญ์จะพึ่งมี และความคิดของมนุษย์ก็แปรเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

 

มีบางคนกล่าวไว้ว่า ภาษาเป็นกระบวนวิธีของมนุษย์โดยฉพาะและไม่เกี่ยวกับสัญชาติญาณเพื่อใช้ในการสื่อความคิด อารมณ์ และความต้องการ โดยอาศัยระบบสัญลักษณ์ ที่สร้างขึ้นมาอย่างจงใจ

 

หรือภาษาเป็นการแสดงออกของเจตภาพ (ideas) ผ่านทางเสียงที่รวมกันเป็นคำ คำที่รวมกันเป็นประโยค โดยนัยแล้วก็เป็นการรวมเจตภาพเพื่อให้เกิดเป็นความคิด (thoughts)

 

และอีกทฤษฎีหนึ่ง  ได้ให้คำกล่าวว่า ภาษาเป็นระบบของสัญลักษณ์ทางเสียงที่กำหนดกันขึ้นเอง โดยอาศัยความร่วมมือของสังคม

 

Sturtevant ภาษาเป็นระบบสัญลักษณ์ทางเสียงที่กำหนดกันขึ้นเองโดยที่สมาชิกในสังคมร่วมมือและมีปฏิกิริยาร่วมด้วย ฉะนั้น ภาษาย่อมเป็นระบบสัญลักษณ์ในเชิงคำพูดหรือเชิงการเขียนที่มนุษย์เท่านั้นกำหนดขึ้น และใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อความหมายต่อกันและกัน

การรู้ภาษา

ท่านเคยสงสัยไหมว่า ทำไมท่านรู้ภาษไทยดี ท่านสามารถพูดและเข้าใจคนอื่นที่พูดภาษาไทยได้ ท่านออกเสียงต่างๆ ที่มีในภาษาไทยได้ถูกต้อง เข้าใจความหมายของคำต่าง ๆ ที่คนอื่นพูดกับท่านได้ คำตอบที่ค่อนข้างเป็นกำปั้นทุบดินก็คือว่า ท่านรู้ภาษาไทยกระบวนการเรียนรู้ภาษาแรก (ในกรณีที่เป็นตนไทยภาคกลาง ก็คือ ภาษาไทยกลางถ้าเป็นคนอีสาน ก็คือ ภาษาอีสาน ฯลฯ) เป็นกระบวนการที่เป็นไปโดยไม่รู้ตัว ท่านไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ท่านรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับโครงสร้างภาษาไทย ลักษณะภาษาไทย แม้ว่าท่านจะเป็นเจ้าของภาษา ทั้ง ๆ ที่ท่านรู้ว่าสิ่งที่ท่านหรือคนอื่นพูดนั้น เป็นประโยคที่ผิดหรือถูก

 

การรู้ภาษาเป็นกระบวนการต่อเนื่องที่เด็กได้รับตั้งแต่เกิด มีการรับ การสะสมเสียงระบบ  และความหมายในภาษโดยไม่รู้ตัว ระยะแรก ๆ จะมีการออกเสียงเพี้ยนหรือผิด ใช้คำ ผิดความหมาย  ผิดตำแหน่งในประโยด แต่ก็มีการแก้ไขตัวเอง เป็นการกระทำผิดแล้วแก้ให้ถูกซ้ำแล้วซ้ำอีกซึ่งปราชญ์ทางภาษาและนักจิตวิทยาเชื่อว่า เมื่อเด็กมือายุ 5 ขวบ จะมีความสามารถในการรู้ภาษาอยู่ในเกณฑ์ดี แม้ว่าจะรู้ศัพท์จำนวนจำกัด แต่ก็รู้เสียงทุกเสียงที่ใช้ในภาษา รู้ระบบของภาษา สามารถสร้างประโยดต่าง ๆ ได้มากเท่าที่เด็กอายุ ร ขวบ พึงต้องการจะพูด

 

หลังจากอายุ 5 ขวบไปแล้ว จะเป็นเพียงการรวบรวมศัพท์ใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนระบบภาษานั้นได้ฝังลึกลงในสมองของเด็กเรียบร้อยแล้วเมื่อพูดถึงการรู้ภาษาก็ควรจะสนใจเสียงที่ใช้ในภาษาที่มีจำนวนจำกัด เช่น ในภาษาไทยมีเสียงสระสั้น 9 หน่วยเสียง เสียงสระยาว 9 หน่วยเสียง เสียงสะประสม 6 หน่วยเสียงและเสียงพยัญชนะ 21 หน่วยเสียง เสียงวรรณยุกต์ 5 หน่วยเสียง ภาษาฮาวายซึ่งมีหน่วยเสียงน้อยที่สุด มีเสียงสระ 10 หน่วยเสียง เสียงพยัญชนะ : หน่วยเสียง ภาษาจอร์เจียนมีหน่วยเสียงพยัญชนะมากที่สุด มีเสียงสระ 1 หน่วยเสียง เสียงพยัญชนะ 35 หน่วยเสียง 

 

บางทีเราพูดภาษาไทย ซึ่งเป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ เมือพูดภาษาอึนโดยใช้สำเนียงไทย เราก็เอาวรรณยุกต์ใส่ให้ภาษาอื่นด้วย ทั้ง ๆ ที่ภาษาเหล่านั้น เช่น ภานาอังกฤษ ฝรั่งเศส หรือเยอรมัน ไม่มีเสียงวรรณยุกต์เลย ดังตัวอย่างเช่น

  • sofa ออกเสียง โซฟา (ทุกพยางค์เสียงสามัญ)
  • reindeer ออกเสียง เรนเดียร์ (ทุกพยางค์เสียงสามัญ)
  • plastic ออกเสี่ยง พลาสติก (พยางค์แรกเสียงตรี พยางค์ท้ายเสียงเอก)
  • center ออกเสียง เซ็นเต้อร์ (พยางค์แรกเสียงสามัญ พยางค์ท้ายเสียงโท)
  • convention ออกเสียง คอนเว้นซั่น (พยางค์แรกเสียงสามัญ พยางค์ที่สองเสียงตรี พยางค์ท้ายเสียงโท)
  • repeat ออกเสียง รีพื้ต (พยางค์แรกเสียงสามัญ พยางค์ท้ายเสียงตรี)

 

ถ้าหากเราไม่ศึกษาอย่างละเอียด เราอาจจะไม่ทราบว่า เรามีเกณฑ์การออกเสียงคำภาษาอังกฤษอย่างไร  เพราะบางพยางค์ก็มีเสียงวรรณยุกต์สามัญ บางพยางค์ก็มีเสียงวรรณยุกต์อื่นคล้ายกับไม่มีระบบแต่ที่จริงแล้วคนไทยได้ยินเสียงคำในภาษาอังกฤษและใส่วรรณยุกต์เข้าไปอย่างมีระบบและกฎเกณฑ์แน่นอน โดยยึดตัวสะกดในภาษาอังกฤษเป็นหลัก 

 

ภาษาแยกมนุษย์ออกจากสัตว์ มนุษย์สามารถพูดตามที่ตนอยากพูด และพูดตามความคิดออกมาเป็นประโยคที่มีจำนวนอนันต์ โดยกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษยชาติมีศูนย์กลางอยู่ที่ภาษาอันเป็นระบบสัญลักษณ์เชิงคำพูดหรือเชิงการเขียนที่มนุษย์กำหนดขึ้นและใช้สื่อสารกันในแต่ละสังคม

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่



Default