โรคเหา Louse อันตรายหรือไม่?

โรคเหา Louse อันตรายหรือไม่?

โรคเหา Louse อันตรายหรือไม่?

โรคยอดฮิตวัยเด็กของผู้หญิง ก็คือ โรคเหา Louse  นั่นเอง โดยเด็กที่เป็นเหาจะทำให้มีอาการคันมากบนหนังศีรษะซึ่งบางคนคันมากจนเกาและทำให้หนังศีรษะถลอก เกิดการอักเสบ และแผลติดเชื้อได้ ส่งผลทำให้ในคนที่เป็นจะเสียสมาธิในการเรียน และเสียบุคลิกภาพเป็นอย่างมาก 

 

Louse เหา คืออะไร?

แมลงที่เราเรียกกันว่า เหา นั้น  เป็นแมลงที่ชอบกัดและดูดเลือดคน อาศัยอยู่บนศีรษะของมนุษย์และบางครั้งอาจอยู่ตามขน ที่บริเวณลำตัว หรือแม้เกระทั่งขนตา เหาก็สามารถอยู่ตรงส่วนนั้นได้ เหา  มีลักษณะลำตัวแบนคล้ายตัวเห็บ เป็นแมลงขนาดเล็ก 1-2 มม. มีลักษณะสีของตัวเป็นสีดำ ไม่มีปีก ส่วนหัวยื่นออกไปข้างหน้า มีหนวดสั้นๆ 1 คู่ ส่วนอกไม่เห็นรอยแยก แต่มีขนาดที่เล็กกว่า โดยในเหาเพศเมีย 1 ตัว จะสามารถทำการวางไข่ ได้ประมาณ 150 ฟอง สามารถพบผู้ที่เป็นโรคนี้ได้บ่อยในเด็กวัยเรียน โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง

จะคอยดูดเลือดเพื่อกินเป็นอาหารของมัน ในน้ำลายของเหามีสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ โดยสารนั้นจะทำให้เกิดตุ่มคันตรงรอยกัด เหาเกิดจากเชื้อปรสิต โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ เรียกว่า Pediculus humanus ซึ่งจะอาศัยอยู่บนหนังศีรษะของมนุษย์ และเส้นผม หรือขน ได้

ปรสิตชนิดนี้จะคอยดูดเลือดมนุษย์กินเป็นอาหารของพวกมัน และเพาะพันธุ์ทำการวางไข่ของมันลงบนเส้นผมของมนุษย์ สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทำให้ดูเป็นคนสกปรกอีกด้วยหากมีไข่เหาบนผมเป็นจำนวนมาก บางคนอาจจะไม่มีอาการมากเท่าไหร่ แต่อาจสร้างความรำคาญได้เป็นอย่างมาก และทำให้เสียบุคลิกได้อีกด้วยในการใช้ชีวิตประจำวัน

 

หากเป็นเหาควรรปฏิบัติตัวหรือรักษา อย่างไร?

คนที่เป็นโรคเหาควรปฏิบัติตัวดังนี้ คือ 

  1. สระผมให้สะอาดเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 4ครั้ง ไม่ควรอยู่ใกล้หรือคลุกคลีกับผู้ที่มีผมยาวด้วยกัน เพราะจะทำให้เกิดการติดเหาได้
  2.  หากเป็นครู ผู้ปกครองหรือพ่อแม่ ควรทำการตรวจเหาให้เด็กและสมาชิกในครอบครัวอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และให้คำแนะนำแก่เพื่อนและคนในครอบครัวพเอที่จะกำจัดเหาพร้อมกันด้วยวิธีที่ถูกต้อง 
  3. ใช้หวีเสนียด ทำการสางเหาใส่กระดาษและเผาทำลาย จะทำเช่นนี้ทุกวันประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ จะช่วยให้เหาหมดไปได้โดยไม่ต้องใช้ยากำจัดหรือใช้สมุนไพร 
  4. หากใช้ยารักษาเหาขององค์การเภสัช ซึ่งจะมีลักษณะเป็นยาน้ำแขวนตะกอนสีขาวขุ่น ก็ควรใช้อย่างระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากอย่างเคร่งครัด 

 

การติดต่อของ โรคเหา เกิดขึ้นได้อย่างไร?

โรคชนิดนี้อาจไม่ร้ายแรงนัก โดยการติดต่อกันนั้นจะสามารถติดต่อทางการสัมผัสโดยตรง อย่างเช่น หลับนอนด้วยกัน ข้างกัน ร่วมกันกับคนที่เป็นโรคเหา การสวมหมวกร่วมกัน ใช้แปรงหวีผมเดียวกัน โดยเหาจะทำการเดินจากศีรษะของคนหนึ่งไปที่ศีรษะอีกคนหนึ่งได้ เพราะฉะนั้นจึงมักพบการระบาดขของโรคนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนได้บ่อย เพราะเด็กนักเรียนจะวิ่งเล่นใกล้ชิดกันมาก เหามักจะติดต่อสู่คนโดยการสัมผัสอย่างใกล้ชิด 



ดังนั้น เหาจึงไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงแต่อย่างไร แต่สามารถทำให้ผู้ที่เป็นเสียบุคลิกภาพในการดำเนินชีวิตได้ เพราะจะมีอาการคันหนังศีรษะตลอดเวลา และมีการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างง่ายอีกด้วย หากผู้ใดที่พบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคนี้ควรทำการรักษาให้หายขาดอย่างไวที่สุด ก็จะเป็นผลดีต่อตนเองและคนรอบข้าง

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

Default