กระบวนการวิจัย  ทำอย่างไร

กระบวนการวิจัย ทำอย่างไร

กระบวนการวิจัย Research ทำอย่างไร

สำหรับกระบวนการวิจัย Research ที่ตอนนี้ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยมาทั้งในวงการธุรกิจเอกชนและรัฐบาล วิธีการวิจัยเป็นวิธีการหนึ่งในการที่เราจะได้รับความรู้ต่าง ๆ โดยเฉพาะความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ การวิจัยเริ่มต้นจากความอยากรู้อยากเห็นของผู้วิจัย ซึ่งถือว่าเป็นพฤติกรรมของนักวิทยาศาสตร์ความอยากรู้อยากเห็นก่อให้เกิดแรงจูงใจที่จะทำวิจัย เพื่อค้นคว้าและพิสูจน์ความรู้ต่าง ๆ นักสังคมวิทยาสนใจศึกษาปรากฏการณ์ทางสังคม ต้องการทราบสาเหตุและผลของปรากฎการณ์ของเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อทำนายเหตุการณ์ในอนาคต และอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น การวิจัยจึงนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าทางวิชาการสรรพวิซาที่มีมากมาย ที่เรายังไม่พบ การวิจัยจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราค้นพบและนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์

ความหมาย กระบวนการวิจัย Research คืออะไร

เรียกได้ว่าเป็นการแสวงหาความรู้ ข้อเท็จจริงต่าง ๆ อย่างมีระเบียบแบบแผน เพื่อให้ได้ข้อมูลหรือข่าวสารที่มีหลักฐานมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบตีความ ตลอดจนหาผลแห่งการเป็นจริงของข้อมูลและข่าวสารนั้น ๆเพื่อแสวงหาคำตอบของปัญหาต่าง ๆ ที่เราสงสัย หรืออยากรู้

สำหรับเพื่อที่จะใช้ในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เพราะฉะนั้นการทำวิจัยเราจึงใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ในการแสวงหาข้อเท็จจริง ลักษณะสำคัญของการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์ คือ มุ่งหาเหตุผลมาพิสูจน์ข้ออ้าง มีวิธีการที่เป็นระเบียบ มีความแน่นอน เที่ยงตรงและสามารถทดสอบความถูกต้องได้ มีการหาหลักฐานมาเป็นเครื่องพิสูจน์ข้อสรุปหรือคำอธิบายว่าเป็นจริงหรือไม่

 วิทยาศาสตร์ตั้งข้อสงสัยในผลที่ได้มาอยู่เสมอ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงยึดออกไปได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ลักษณะสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ วิทยาศาสตร์เป็นการสะสมเพิ่มพูนความรู้ขึ้นเรื่อย ๆ การวิจัย คือ ส่วนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ในอันที่จะแสวงหาความรู้ใหม่ ๆเพื่อสร้างกฎเกณฑ์ และทฤษฎีต่าง ๆ ขึ้นมาอธิบายถึงสัมพันธภาพของปรากฏการณ์ต่าง ๆไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือปรากฏการณ์ทางสังคมและวัฒนธรรมก็ตาม

ในแง่นี้เรามักจะพูดถึงกันว่า การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งรวมถึงวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์สังคมด้วย

ขั้นตอนที่สำคัญในการทำวิจัย มีขั้นตอนอะไรบ้าง

และเนื่องจากว่า จำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินการอย่างมีระเบียบแบบแผนนักวิจัยจะต้องกำหนดขั้นตอนในการดำเนินงานอย่างละเอียดและซัดเจน ดังต่อไปนี้

  1. กำหนดปัญหาการวิจัย (Research Problem) เริ่มจากจุดสนใจก่อน เราอาจจะสนใจบัญหาอาชญากรรม ปัญหาโสเภณี ปัญหาการทำแท้ง ปัญหายาเสพติด ปัญหาแรงงานสตรี ฯลฯ เราก็จะต้องเลือกเรื่องใดเรื่องห หนึ่งที่เราสนใจและกำหนดประเด็นปัญหาวิจัยขึ้นมา และที่สำคัญก็คือควรจะเน้นเรื่องที่มีประโยชน์และให้ความรู้ใหม่จริง ๆ นักวิจัยจะต้องกำหนดวัตถุประสงค์
  2. ตรวจสอบเอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นการหากรอบความคิด นักวิจัยจะต้องศึกษาดูว่ามีทฤษฎีใดบ้างสามารถนำมาอธิบายปรากฏการณ์ที่กำลังศึกษาและมีใครบ้างที่เคยทำวิจัยในหัวข้อนี้มาแล้วหรือไม่ และในแง่มุมใดบ้าง
  3. ตั้งสมมติฐานและกำหนดตัวแปร การวิจัยในบางเรื่องอาจไม่มีสมมติฐาน เช่น การศึกษาสำรวจเบื้องต้น เป็นการสำรวจเพื่อให้ทราบข้อมูลพื้นฐาน การตั้งสมมติฐานที่ดีจะต้องผ่านกระบวนการการใช้เหตุผล การอนุมาน เช่น การใช้เหตุผลอันเกิดจากการสรุปความจากกฎทั่ว ๆ ไปที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในข้อสมมติฐานที่เขาตั้งขึ้น
  4. วิธีการรวบรวมข้อมูล เริ่มด้วยการกำหนดประชากร (Population) ที่จะศึกษาการเลือกตัวอย่างจากประชากร และวิธีการในการรวบรวมข้อมูล วิธีการที่จะเก็บข้อมูลจะต้องพิจารณาหัวข้อเรื่องด้วย จึงจะทราบว่าควรใช้วิธีการใดเก็บข้อมูล เช่น การสำรวจมติมหาชน ต้องใช้วิธีการสอบถามหรือสัมภาษณ์ หรือการเช้าไปวิจัยในหมู่บ้าน อาจจะไม่ใช่วิธีการดังกล่าว แต่ใช้วิธีการศึกษาแบบนักมานุษยวิทยา นั่นคือใช้การสังเกตการณ์ หรือสังเกตพฤติกรรม (Observation) ข้อควรคำนึงในการเก็บข้อมูล ในการเก็บข้อมูลจะต้องให้ได้ข้อมูลที่มีความเที่ยงตรง ใกล้เคียงกับความจริงมากที่สุดและ

เชื่อถือได้ด้วย  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลในทางสังคมศาสตร์มีอยู่ 3 วิธี คือ

  1. สังเกตการณ์ (Observation)
  2. ใช้แบบสอบถาม (Questionnaire)
  3. สัมภาษณ์ (Interview)
  4. จัดระเบียบของข้อมูล เมื่อทำการรวบรวมข้อมูลมาแล้ว ก็จะต้องนำมาลงรหัสแทนค่าของข้อมูล (Coding) ซึ่งปกติก็เป็นตัวเลขแล้วนำไปบันทึกข้อมูล ถ้าเป็นการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการประมวลผล แต่ถ้านับด้วยมือก็จะใช้วิธีการแจกนับในตารางแจงนับ
  5. วิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์จะต้องนำเอาข้อมูลเหล่านั้นมาจำแนกเป็นพวก ๆจัดเป็นหมวดหมู่และทำการพิจารณาหาเหตุผลถึงความเกี่ยวข้องอาจใช้คอมพิวเตอร์คำนวณหาค่าของข้อมูล คำนวณความสัมพันธ์ต่าง ๆ ออกมา เมื่อได้ผลออกมาจากคอมพิวเตอร์แล้ว ก็ต้องนำออกมาถอดรหัสเป็นข้อความที่อ่านเข้าใจง่ายและจะต้องตีความหมายเพื่ออธิบายถึงปรากฏการณ์และเหตุผลที่เกิดขึ้นจากค่าทางสถิติ ขั้นตอนนี้สลับซับซ้อนและใช้เวลามาก
  6. เขียนรายงานผล ขั้นตอนนี้นักวิจัยจะต้องนำเสนอผลงานวิจัยซึ่งจะต้องเรียบเรียงออกมาเป็นถ้อยความ และการวิจัยบางเรื่องผลกการวิจัยออกมามีลักษณะขัดกัน หรืออาจจะเป็นเรื่องที่กระทบกระเทือนภาวะทางสังคมและการเมือง ซึ่งในบางกรณีผลงานวิจัยดังกล่าวก็จะถูกระงับไปโดยปริยายหรือในบางครั้งผลการวิจัยทำได้ดี มีผลเชื่อได้ แต่เขียนผลไม่ดี ไม่น่าสนใจ ดือ เขียนอ่านยาก อ่านไม่รู้เรื่อง แบบการรายงานไม่น่าสนใจ

ฉะนั้น การเขียนรายงานผลการวิจัยควรตระหนักถึงระดับและสามารถของผู้อ่านรายงานการวิจัยด้วย

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

 

Default