สภาพและลักษณะของชุมชนชนบทไทย

สภาพและลักษณะของชุมชนชนบทไทย

สภาพและลักษณะของชุมชนชนบทไทย rural Thai communities

ชุมชนชนบท rural Thai communities ประกอบไปด้วยผู้คนซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่มีบ้านเรือนตั้งอยู่กระจัดกระจายกันทั่วไป และอยู่กันเป็นหมู่บ้านหรือตำบล ความสัมพันธ์ของผู้คนในชนบทเป็นไปในแบบ ความสัมพันธ์แบบปฐมภูมิ กล่าวคือ เป็นความสมพันธ์ที่มีลักษณะใกล้ชิดสนิทสนมเป็นกันเอง ไม่มีพิธีรีตรอง มีสภาพความเป็นอยู่เรียบง่าย มีการพบปะสังสรรค์กันอยู่เสมอ มีแบบอย่างการดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพแบบเดียวกัน สภาพความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพโดยทั่วไป ขึ้นอยู่กับธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่

สภาพและลักษณะของชุมชนชนบท rural Thai communities โดยทั่วไป จึงเป็นดังนี้

  1. สมาชิกของชุมชนนั้นมีจำนวนน้อย และสมาชิกเหล่านี้มีความสัมพันธ์ทางจิตใจกันอย่างใกล้ชิต ชนิดที่ว่ารู้จักกันหัวบ้านท้ายบ้าน และถือว่าเป็นพวกเดียวกัน มีความรักและเข้าข้างกันอย่างที่ไม่ใช้เหตุผล พฤติกรรมทางสังคมที่แสดงออกมักแสดงออกมาในรูปของ “พวกเรา” มากที่สุด
  2. ในชุมชนเล็กเหล่านี้จะมีบริการสถาบันทางจิตใจ และทางสังคมอื่น ๆร่วมกัน เช่นใช้ตลาดเดียวกัน วัดเดียวกัน เด็ก ๆ ไปโรงเรียนเดียวกัน มีผู้นำและที่ปรึกษาในด้านต่าง ๆ ร่วมกัน ไปหานายแพทย์คนเดียวกัน หรือนับถือสมภารองค์เดียวกัน นอกจากนี้ยังมีความสนใจในอาชีพ และกิจกรรมสังคมอย่างเดียวกัน หรือคล้ายกันอีกด้วย
  3. กลุ่มคนในชนบทจะมีลักษณะที่ไม่เป็นทางการ เนื้อหาและวัตถุประสงค์ในการรวมกลุ่มเพื่อปรับปรุงชีวิตตนเอง หรือเพื่อป้องกันเรียกร้องเกี่ยวกับสิทธิต่าง ๆจะไม่มีเลย ส่วนมากการรวมกลุ่มเป็นไปตามประเพณี และความเคยชิน กลุ่มต่างๆ ที่จะพบได้ในชนบทก็คือ กลุ่มกรรมการวัด กรรมการการศึกษา กรรมการเหมืองฝ่าย กลุ่มสนทนา กลุ่มคนหนุ่มคนสาว เป็นต้น
  4. คนส่วนใหญ่ดำรงชีวิตด้วยการเกษตรกรรม เช่น ปลูกข้าวหรือพืชอย่างอื่น การเกษตรกรรมมีหลายแบบแตกต่างกันไป เช่น การปลุกพืชเพื่อเลี้ยงชีพเท่านั้นหรือการปลูกเพื่อจะจุนเจือรายได้ของครอบครัวให้มากขึ้นอย่างไรก็ดี ไม่ว่าจะเป็นชุมชนชนบทที่ใดก็ตาม ย่อมมีลักษณะที่เหมือน ๆ กัน คือเป็นชุมชนเล็ก ๆ และชุมชนแบบชนบหนั้นจะมีลักษณะอย่างหนึ่งไม่เหมือนกับชาวเมือง

กล่าวก็อ บุคคลในชุมชนชนบทมีดวามโอบอ้อมอาร์ และร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกันดีมากปัญหาของชุมชนชนบทไทยโดยเหตุที่ชุมชนชนบทเป็นชุมชนที่อยู่ห่างจากความเจริญ ประชากรในชนบทมีความเป็นอยู่ผูกพันกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ ปัญหาของชุมชนชนบทจึงเกี่ยวโยงกับสภาพความเป็นอยู่ของชาวชนบทเสียเป็นส่วนใหญ่

ปัญหาที่มักจะพบเห็นในชุมชนชนบท ได้แก่

  1. ฐานะการครองชีพ ประชากรในชุมชนชนบทส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ซึ่งโดยทั่วไปประกอบอาชีพเพียงพอเพื่อใช้เองเท่านั้น กล่าวคือ มีลักษณะเพื่อพอประทังชีวิตชาวชนบทโดยส่วนใหญ่จึงเป็นผู้มีรายใด้ต่ำ เนื่องจากเกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอนมีการว่างงานตามฤดูกาล และมีผลผลิตต่ำ จึงมักปรากฏว่าเกษตรกรในชนบทมีหนี้สินกันเป็นส่วนใหญ่
  2. ขาดแคลนปัจจัยการผลิต ปัจจัยที่จำเป็นและเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการผลิตอันได้แก่ ที่ดิน เงินทุน เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนความรู้ด้านวิชาการในการผลิตยังเป็นสิ่งขาดแคลนอยู่มากในชุมชนชนบท การขาดแคลนสิ่งเหล่านี้ทำให้ผลผลิตต่ำรายได้ต่ำและมีหนี้สินมาก
  3. การถือครองที่ดิน เกษตรกรส่วนมากไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง จึงทำให้เกษตรกรที่มีผลผลิตต่ำอยู่แล้วมีรายได้น้อยลงไปอีก เพราะต้องเจียดรายได้หรือผลผลิตไปเป็นค่าเช่าที่นา
  4. ระบบการศึกษา ชาวชนบทโดยทั่วไปเป็นผู้ที่มีพื้นฐานการศึกษาต่ำ นอกจากนั้น ยังปรากฎเสมอว่าหลังจากจบการศึกษาภาคบังคับไปหลาย ๆ ปีแล้ว ไม่สามารถอ่านเขียนได้ ซึ่งปัญหาการศึกษานี้เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่ปัญหาอื่นอีกมากมาย ทั้งนี้ เพราะการศึกษาช่วยให้คนเรียนรู้วิธีการดำรงชีวิตที่ถูกต้อง มีคุณภาพ
  5. ประชากร ปัญหาสำคัญของชุมชนชนบทอีกปัญหาหนึ่ง ได้แก่ ปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรในชนบท ทั้งนี้ เนื่องมาจากประชากรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในการวางแผนครอบครัว ทำให้มีลูกมากและเป็นสาเหตุให้มีฐานะความเป็นอยู่ยากจน อันเป็นผลเสียอย่างยิ่งเพราะเขาวชนที่เติบโตขึ้นมาอย่างอดอยากยากจน ไร้การศึกษาขาดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง
  6. สาธารณสุขและการอนามัย ในด้านสาธารณสุขและอนามัย เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าในชนบทส่วนใหญ่มีโรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียนอยู่เป็นอันมาก เนื่องจาก ชาวชนบทมีความเคยชินกับการปฏิบัติที่เคยทำมาอยู่เป็นประจำ ทำให้ไม่รู้จักการรักษาตัว เช่น ไม่สวมรองเท้า ไม่กางมุ้ง ไม่รู้จักรับประทานอาหารให้ถูกสุขภาพอนามัย ไม่รู้คุณค่าอาหารและน้ำดื่มทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ

และการขาดแคลนแพทย์และอนามัยในชนบท ทำให้ชาวชนบทต้องอาศัยหมอกลางบ้านเยียวยารักษาโรค อันเป็นวิธีที่ไม่ช่วยให้ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บที่ร้ายแรงได้เลย บางครั้งความเชื่อในโชคลาง เชื่อเจ้าเข้าทรง ทำให้ชาวชนบทนิยมรักษาด้วยการเสกเป้า โดยไม่ไปหาแพทย์แผนปัจจุบันอางเป็นผลให้โรคภัยลุกลามร้ายแรงมากขึ้นได้

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

ความรู้ทั่วไป