การศึกษาเรื่องปัญหาทางสังคม

การศึกษาเรื่องปัญหาทางสังคม

การศึกษาเรื่องปัญหาทางสังคม Social problem

ในการศึกษาปัญหาสังคม Social problem ก่อนอื่นเราต้องพยายามที่จะเข้าใจถึงโครงสร้างของสังคมโครงสร้างของสังคมเปรียบเสมือนดานเสา ที่ทำให้อาคารดงรูปอยู่ได้ ทำนองเดียวกับโครงสร้างของสังคม ที่จะสนับสนุนต้องการให้สมาชิกทุกคนในสังคมที่ปฏิบัติตามบรรทัดฐานแห่งสังคมนั้น ได้รับความพอใจในสิทธิและหน้าที่ของตน มีหลักประกันความมั่นคงในชีวิต

 

พฤติกรรมฝืนสังคมและความไม่เป็นระเบียบที่ก่อเกิดเป็นปัญหาสังคม Social problem

โดยที่ปัญหาเหล่านี้ จะเกิดขึ้นควบคู่กันไปกับความเจริญรุ่งเรืองของสังคม พฤดิกรรมบางอย่างก่อให้เกิดเป็นปัญหาสังคม อาจเกิดในระดับบุคคลและครอบครัว เช่น ปัญหาโรคจิตโรคประสาท  ปัญหาครอบครัวปัญหาการหย่าร้าง ระดับชุมนุมชน และระดับสังคมใหญ่ ปัญหาความยากจน ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น

ลักษณะของโครงสร้างสังคมบางประการที่มีส่วนผลักดันให้เกิดปัญหาสังคม

  1. การขัดกันเองของบรรทัดฐาน เป็นต้นว่า ในฐานะแห่งความเป็นพ่อต้องรักลูกปกป้องคุ้มครอง มีความอยู่ดีกินดีตามดวรแก่ฐานะ การลักขโมย ขี้ชิงทรัพย์ เป็นสิ่งที่ละเมิดบรรทัดฐาน เมื่อฐานะทางเศรษฐกิจบีบบังคับ พ่อทนเห็นลูกอด ทนเห็นลูกหิวไม่ไหว ก็ไปทำการจี้ริงทรัพย์เมื่อเจ้าทุกข์ร้องขอความช่วยเหลือเห็นไม่ทันการก็อาจจะต้องทำร้ายร่างกายหรือปิดปากเจ้าทรัพย์นั้นเสีย
  2. สังคมปังจุบันเน้นการเลื่อนฐานะของตนเอง ปรับปรุงตนเองให้ก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลาทำให้คนเราต้องต่อสู้แข่งขันกัน บางครั้งอาจลัมเหลวทำให้คนเรามีความกดมันมากขาดความมั่นใจ และความมั่นตงในชีวิตทำให้เป็นโรคจิต โรคประสาทได้ง่าย
  3. จากสภาพการณ์ที่คนเราต้องต่อสู้แข่งขันกัน ในการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา ทำให้คนเราสนใจศาสนาน้อยลง เนื่องจากมุ่งแต่จะทำมาหากินหาวัตถุมาบำรุงความสุขให้ได้มากที่สุด ทำให้ศีลธรรมประจำใจหย่อนลง เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา
  4. สถานภาพและบทบาทในทางสังคมมักจะขัดกันเอง เป็นต้นว่า ผู้ที่เป็นข้าราชการมีเกียรติ มีตำแหน่งสูง แต่มีสิ่งตอบแทนที่เป็นวัตถุน้อย ตรงข้ามกับพ่อค้า นักร้อง นักแสดง กลับได้ผลตอบแทนทางวัตถุมากกว่า เกียรติยศและอำนาจทำให้ขาดความรับผิดชอบต่อสังคม บางครั้งพ่อค้าอาจทำอะไรเพื่อผลประโยชน์ในอาชีพของตน บางคนอาจมีการแลกเปลี่ยนกันระหว่างวัตถุบำรุงความสุขกับอำนาจ ทำให้เกิดปัญหาการคอรัปชั่นตามมา
  5. เสมอภาคกัน ความเป็นตัวของตัวเองอันเป็นคุณค่าใหม่ในสังคม ทำให้คนเราไม่พอใจในสถานภาพและบทบาทของตน ในสังคมสตรีมักนิยมทำงานนอกบ้านไม่ต้องการเป็นแม่บ้านแต่เพียงอย่างเดียว ต้องการอำนาจในความเสมอภาดในชีวิตครอบครัว ในขณะที่พ่อบ้านต้องการเป็นผู้นำ ทำให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา การมีสิทธิออกเสียงและเปิดโอกาสแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมบางอย่างทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันระหว่างฝ่ายปกครองและประชาชน ประชาชนไม่พอใจในสถานภาพความเป็นอยู่ของตนเอง บางครั้งโดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทำให้เรียกร้องมากเกินไปจนเป็นผลเสียต่อส่วนรวม

 

ปัญหาสังคม แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยีต่าง ๆ สังคมเปลี่ยนจากสังคมชนบทเป็นสังคมเมือง จากเมืองเป็นนคร ทำให้มีปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้นและเป็นผลกระทบกระเทือนต่อคนในสังคมนั้น ได้แก่
  1. ชุมชนแออัด การอพยพของคนชนบทสู่เมือง
  2. จราจรติดขัด
  3. อุบัติเหตุ
  4. ว่างงาน
  5. เรื่องของวัยรุ่น ความสัมพันธ์ทางเพศและบุคลิกภาพ
  6. ปัญหาของผู้สูงอายุ
  7. มลพิษ
  8. ประชากร
  9. .สมองล่องหรือสมองไหล

 

และความไม่เป็นระเบียบในสังคมและพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปจากปกติ ได้แก่

  1. กระทำผิดของเด็กและเยาวชน
  2. ปัญหาอาชญากรรม
  3. ยาเสพติด
  4. ฉ้อราษฎร์บังหลวง
  5. อัตตวินิบาตกรรม

 

 

ดังนั้นความไม่เป็นระเบียบของสังคมหมายถึง การที่ระบบสังคมทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์หรือบกพร่องไป ทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบขึ้นในสังคมนั้น เช่น ปัญหาความยากจน ปัญหาการว่างงาน ปัญหาอาชญากรรม เป็นต้น

 

หากต้องการอ่านเรื่องอื่นๆเพิ่มเติม คลิกที่นี่

หรือ ที่นี่

ความรู้ทั่วไป